xs
xsm
sm
md
lg

OR กำไร Q1/69 แตะ 2,415 ล้าน ร่วง44.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



OR เผยไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 2,415 ล้านบาท ลดลง 44.9% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 16.2% จากไตรมาสก่อน โดยมี EBITDA 7,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 59.8% จากไตรมาสก่อนจากทุกกลุ่มธุรกิจ ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก 

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้ขายและบริการ 176,125 ล้านบาท ลดลง 3.5%จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น13.2% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิ จำนวน 2,415 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 44.9% แต่ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน 16.2%

ในไตรมาส1/2569 บริษัทมี EBITDA จำนวน 7,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 59.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ Mobility เพิ่มขึ้น 59.8% จากไตรมาสก่อน ทำกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรลดลงจากผลกระทบจากมาตรการตรึงราคาจำหน่าย ที่ทำให้ไม่สามารถปรับขึ้นราคาให้สะท้อนต้นทุนได้ รวมถึงมีผลขาดทุนจากการบริหารความเสี่ยง ส่วนกลุ่มธุรกิจ Lifestyle เพิ่มขึ้น 19.9%จากไตรมาสก่อน จากธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจอื่น ๆ โดยเฉพาะร้าน Café Amazon มีปริมาณจำหน่ายรวม 112 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้น 3 ล้านแก้ว คิดเป็น 2.8% จากไตรมาสก่อน เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจ Global เพิ่มขึ้นกว่า 100% จากไตรมาสก่อน โดยหลักจากประเทศฟิลิปปินส์ ที่กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรของดีเซลสูงขึ้น และ สปป.ลาว จากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ดีขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ 


OR ยังคงได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรจาก ทริสเรทติ้ง ที่ระดับ “AA+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิตคงที่ (Stable) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง รวมถึงความเป็นผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันปิโตรเลียมในประเทศไทย และความแข็งแกร่งของธุรกิจ Lifestyle ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร

นอกจากนี้ ในไตรมาสที่ผ่านมา OR มีการลงทุนใน บริษัท ไทยไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (“TPN”) โดย Modulus บริษัทย่อยของ OR เข้าถือหุ้นร้อยละ 55.41 ใน TPN ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจระบบขนส่งน้ำมันทางท่อจากจังหวัดสระบุรีไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การเข้าลงทุนดังกล่าวเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวมถึงยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้กับกลุ่มธุรกิจ Mobility เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

“ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 สะท้อนความแข็งแกร่งในการบริหารองค์กรท่ามกลางความไม่แน่นอนของพลังงานโลก ด้วยการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน และการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพและอัตรากำไรของธุรกิจในระยะกลางและยาว โดยในช่วงความผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ผ่านการบริหารจัดการน้ำมันอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ประชาชนมีพลังงานใช้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์เสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์และความมั่นคงทางพลังงานของประเทศได้อย่างต่อเนื่อง หม่อมหลวงปีกทอง กล่าว