”สิริพงศ์”ย้ำไม่ย้าย”สถานีหมอชิต2” ตั้งงบปี 70 ประมาณ 351 ล้านบาท เร่งปรับปรุงซ่อมแซม รื้อระบบแอร์ อาคารเก่า และปรับปรุงบริการแบบเร่งด่วน พร้อม ศึกษาออกแบบระบบเชื่อมต่อ กับสถานกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบาย บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ว่า นโยบายสำคัญให้พัฒนาคุณภาพบริการให้มีความสะดวกและปลอดภัย นอกจากนี้ ให้เดินหน้าการปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) ในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสาร ซึ่ง บขส.ได้ของบประมาณสนับสนุนในปี 2570 วงเงิน 351 ล้านบาท ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มีนโยบายย้ายสถานีขนส่งหมอชิต 2 แต่จะให้ บขส. ศึกษา พัฒนาระบบเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างสถานีหมอชิต 2 กับ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ วงเงินประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี เพื่อเริ่มดำเนินการในปี 2571
สำหรับโครงการก่อสร้างและปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 วงเงินที่ 3,505.12 ล้านบาท ซึ่งครม.อนุมัติ นั้นเป็นไปตามหลักการภายใต้กรอบงบปี 2570 ขณะที่ นโยบายของรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในภาวะปัจจุบัน ยังไม่ให้ก่อสร้างอาคารใหม่โดยไม่จำเป็น จึงปรับให้บขส.มาเน้นการปรับปรุงซ่อมแซมของเดิม ซึ่งในการปรับปรุงครั้งนี้ประกอบด้วย การปรับปรุงอาคารชานชาลาที่ 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ใช้งานหลักของหมอชิต 2 , การเพิ่มจำนวนที่นั่ง เพื่อรองรับผู้โดยสารให้เพียงพอต่อการใช้งาน, ปรับปรุงจุดพักคอยของผู้โดยสาร และเปลี่ยนระบบปรับอากาศภายในสถานีทั้งหมด รวมถึงออกแบบการทำอาคารใหม่ ที่รองรับรถมินิบัส
นอกจากนี้ ยังให้บขส.ดำเนินการศึกษาออกแบบ ระบบการเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างสถานีขนส่งหมอชิต 2 กับสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ที่มีระยะทางประมาณ 1.5 กม. เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางเชื่อมต่อ ระหว่างระบบรถโดยสารและระบบราง”ลงรถต่อราง” หรือ “ลงรางต่อรถ” ได้สะดวกมากขึ้น แบบไร้รอยต่อ
“ในปีนี้จะเน้นเฉพาะงานซ่อมบำรุงและงานออกแบบเป็นหลัก ยังไม่มีการเดินหน้าโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ส่วน สถานีขนส่งหมอชิต2 ซึ่ง บขส.เช่าพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นั้น ได้มอบหมายให้ นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม ดำเนินการเจรจาเรื่องสิทธิการดูแลพื้นที่ จากที่ บขส.เป็นผู้เช่า รฟท.เป็นเช่ากับบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) บริษัทลูกของรฟท.”
เป็นการออกแบบและจัดสรรพื้นที่ภายในสถานีขนส่งใหม่ โดยมีแนวคิดจะย้ายสถานีเดินรถโดยสารขนาดเล็ก จตุจักร (คิวรถตู้หมอชิต 2) ซึ่งมีทั้งมินิบัสและรถตู้และปัจจุบันตั้งอยู่ใต้ทางด่วนศรีรัชของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มาอยู่บริเวณหมอชิต 2 และการออกแบบการเชื่อมต่อระหว่างหมอชิต 2 และสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยอยู่ระหว่างการหารูปแบบการเชื่อมต่อระหว่าง 2 จุดที่เหมาะสม อาจจะเป็นได้ทั้งการสร้างทางเชื่อมหรือการก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมก็ได้
นอกจากนี้ ในงบประมาณ 351 ล้านบาท จะมีส่วนของการปรับปรุงสถานีเดินรถรังสิตด้วย คาดว่าจะใช้เงินประมาณ 14 ล้านบาท
ส่วนสถานีขนส่งอื่นๆในกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยเฉพาะสถานีขนส่งผู้โดยสารสายตะวันออกกรุงเทพฯ (เอกมัย) และสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้) ถนนบรมราชชนนี ที่มีข่าวจะย้ายไปจุดอื่นนั้น นายสิริพงศ์กล่าวว่า ขอพิจารณาก่อน
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สำหรับเส้นทางเดินรถของ บขส. ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 58 เส้นทางนั้น จะมีการพิจารณาปรับปรุงทบทวนใหม่ด้วย เพราะสถานะของบขส.เป็นผู้กำกับดูแล (Regulator) และผู้ให้บริการ (Operator) ดังนั้น แนวคิดเบื้องต้นที่มีตอนนี้ เส้นทางที่มีรถร่วมฯเอกชนให้บริการร่วมกับรถของบขส. ให้ บขส.ไปพิจารณายกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียม ส่วนเส้นทางที่ไม่มีรถบขส.ให้บริการจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมตามปกติ ส่วนเส้นทางใหม่ๆที่บขส.พิจารณาแล้วว่า ไม่ประสงค์จะวิ่งรถเอง จะเปิดให้เอกชนเข้ามาเสนอตัววิ่งรถแทน เพื่อให้เกิดการแข่งขัน รวมถึงการพิจารณาทบทวนใบอนุญาตเดินรถ ถ้าพบว่าไม่มีการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ
นายสิริพงศ์กล่าวว่า ในส่วนของรถของบขส.ก็มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนใหม่ ให้ใช้รถที่ใช้พลังงาน EV โดยบขส.มีแผนศึกษาแผนเปลี่ยนรถจำนวน 157 คันอยู่ โดยได้ถามฝ่ายผู้บริหารว่า มีแนวคิดจะเปลี่ยนรถไหม? เพื่อจะนำเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ของกระทรวงการคลัง เพื่อจะได้นำเข้าหารือกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ต่อไป ซึ่งตอนนี้ ขบ.สรุปมาแล้วว่า มีประเภทรถที่จะเข้าร่วมโครงการ 7 ประเภท ทั้งนี้ มีประเด็นจะต้องพิจารณารวมไปถึงสถานีชาร์จด้วย
ส่วนการเพิ่มรายได้ด้านอื่น นายสิริพงศ์กล่าวว่า ให้ทาง บขส.ไปทำแผนมา เพราะตอนนี้บขส.ขาดทุนปี 2568 อยู่ที่ 252 ล้านบาท โดยในปี 2569 คาดจะขาดทุนลดลงอยู่ที่ 140 ล้านบาท โดยมีภาระส่วนลดให้กับบริการส่วนของสวัสดิการสังคม (Social Welfare) เฉลี่ย 60 ล้านบาท/ปี ซึ่งเงินนี้ไม่ได้รับอุดหนุนจากรัฐบาล โดยจะพยายามหาแหล่งเงินเพื่อมาช่วยอุดหนุนให้บขส.ต่อไป