xs
xsm
sm
md
lg

ไทยออยล์Q2ส่อแววขาดทุนสต๊อกน้ำมัน จี้รัฐเร่งปลดล็อกส่งออกก่อนหั่นกำลังผลิตลง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ไทยออยล์ไตรมาส2/69ส่อแววทรุด เหตุขาดทุนสต๊อกน้ำมัน หลังราคาน้ำมันปรับลดลงทำให้ค่าการกลั่นบางช่วงเริ่มติดลบ ขณะที่ไตรมาส1/69กำไรพุ่งส่วนใหญ่เป็นกำไรจากสต๊อกน้ำมัน แย้มรายได้วูบ 2พันล้านบาทจากการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันดีเซลช่วงที่ผ่านมา พร้อมจี้รัฐเร่งปลดล็อกให้ส่งออกน้ำมัน

แหล่งข่าวจากปตท. เปิดเผยว่าแนวโน้มผลประกอบการบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOPในไตรมาส1/2569 จะมีกำไรสุทธิมาก ส่วนใหญ่เป็นกำไรที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมที่เกิดการสู้รบในตะวันออกกลาง ทำให้ค่าการกลั่น(GRM)พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากเป็นราคาน้ำมันดิบช่วงก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลางที่มีราคาถูก แต่ในไตรมาส 2 นี้ สถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันปรับลดลง จึงมีโอกาสที่ผลประกอบการไตรมาส 2 ของไทยออยล์จะขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน เนื่องจากมีต้นทุนราคาน้ำมันดิบที่สูงจากการสั่งซื้อในช่วงมี.ค.-เม.ย.ที่ผ่านมา TOPต้องเร่งหาซื้อน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นนอกเหนือตะวันออกกลางในราคาที่สูงจากเดิม 70เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเพิ่มขึ้นเป็น100-120เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล บวกค่าWar Premium อีก 30-50เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เพื่อให้ประเทศมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการใช้

ทั้งนี้ ไทยออยล์มีรายได้ลดลงไปราว 2,000ล้านบาท จากมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)ใช้อำนาจทางพ.ร.ก. ปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันดีเซลลงมา 2บาท/ลิตรมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 9 เม.ย.69 และปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นดีเซลเพิ่มเป็น 5บาท/ลิตรมีผลวันที่24เม.ย.-9พ.ค.69 และลดราคาหน้าโรงกลั่น 3บาท/ลิตรมีผลวันที่ 10-18 พ.ค.69 ซึ่งเชื่อว่ารัฐจะไม่มีการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นอีก เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป เพราะขณะนี้ค่าการกลั่นแคบมาก และบางวันเริ่มติดลบ

“เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน โรงกลั่นน้ำมันกำไรดี แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ราคาน้ำมันดิบแลำสำเร็จรูปปรับลดลงมาเร็ว ทำให้โรงกลั่นมีผลประกอบการติดลบ จากการขาดทุนสต๊อกน้ำมัน”

นอกจากนี้ สถานการณ์ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในประเทศปรับลดลงจากเดิมในช่วงต้นมีนาคมที่เกิดความกังวลคนแห่ไปเติมน้ำมันจนปั๊มไม่มีน้ำมันขาย มีดีมานด์สูงถึง80ล้านลิตร/วัน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 50 ล้านลิตร/วัน ขณะที่โรงกลั่นไทยออยล์และโรงกลั่นอื่นๆก็เดินหน้าการผลิตเต็ม100% ทำให้แนวโน้มน้ำมันสำเร็จรูปส่อล้นถังเก็บน้ำมันแล้ว ดังนั้นสมาคมโรงกลั่นน้ำมัน รวมถึงไทยออยล์ ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงพลังงานเพื่อให้ปลดล็อกการห้ามส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปทุกชนิด แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน

โดยไทยออยล์มีน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานJet A1 สำรองอยู่ในถังเก็บฯเยอะมาก ทำให้ต้องขยายเพดานการเก็บน้ำมันในถังฯจากเดิมกำหนดไว้ 70%เพิ่มเป็น 80% และนำถังเก็บน้ำมันที่สร้างใหม่ มาเก็บน้ำมันสำเร็จรูปด้วย และขอให้ลูกค้าน้ำมันมาตรา7 มาช่วยรับน้ำมันสำเร็จรูปไปเก็บในสต๊อกถังเก็บตนเอง เพื่อชะลอไม่ให้เกิดน้ำมันล้นถังฯ
หากรัฐยังห้ามส่งออกน้ำมัน จนทำให้น้ำมันสำเร็จรูปล้นถังเก็บฯ โรงกลั่นไทยออยล์จะเลือกลดกำลังการผลิตลง ซึ่งไม่อยากให้ไปถึงจุดนั้น เพราะจะส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์อื่นๆต้องลดลงไปด้วยเช่น LPG และวัตถุดิบในการผลิตปิโตรเคมี


“ปัจจุบันหลายประเทศในภูมิภาคนี้ทั้งเวียดนาม จีน ญี่ปุ่นและเกาหลี เริ่มปลดล็อกหันมาส่งออกน้ำมันแล้ว ทำให้การหาตลาดส่งออกไม่ง่ายนัก เพราะแต่ละประเทศมีน้ำมันเพียงพอ คงต้องมาหารือกับภาครัฐเพื่อปลดล็อกส่งออกน้ำมัน”