xs
xsm
sm
md
lg

“ภัทรพงศ์”ไม่เห็นด้วยโอน 3 สนามบินสั่ง ทย.หารือ AOT ก่อนชงทบทวนมติครม.ย้ำโมเดล 28 แห่ง มาตราฐานเดีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“ภัทรพงศ์”ไม่เห็นด้วย โอน 3 สนามบิน”กระบี่ อุดรธานี บุรีมย์”สั่ง ทย.เร่งหารือ AOT ตีมูลค่าทรัพย์สินยึดโมเดล “ใหญ่เลี้ยงเล็ก”ชี้ ทย.ยังมีศักยภาพบริหารได้ พร้อมมอบนโยบายเร่งปรับปรุงภาพลักษณ์และเพิ่มเทคโนโลยีบริการ ลุยต่อความยาวรันเวย์”ชุมพร , ระนอง”ผุดสนามบินใหม่ 5 แห่ง ปักธง”บึงกาฬ”สนามบินภูมิภาคแห่งที่ 29

วันที่ 7 พ.ค. 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายการดำเนินงานแก่กรมท่าอากาศยาน (ทย.) ว่า ได้มุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถเพื่อยกระดับสนามบินภูมิภาคทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม เชื่อมโยงระบบขนส่งทุกระบบของประเทศ อำนวยความสะดวกและสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกระดับเข้าถึงบริการได้ทุกพื้นที่ และการบริหารจัดการเชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับการท่องเที่ยว การขนส่งสินค้า และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

ส่วนเรื่องการโอนสนามบินภูมิภาค 3 แห่ง ของกรมท่าอากาศยาน ได้แก่ สนามบินกระบี่, สนามบินบุรีรัมย์ และสนามบินอุดรธานี ให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย  จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.(AOT)นั้น นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ในความคิดเห็นส่วนตัว ยังไม่เห็นด้วยกับการโอนสนามบินภูมิภาคไปให้ AOT เนื่องจากมองว่า บางสนามบินของทย.มีกำไรที่สามารถนำมาช่วยอุดหนุนสนามบินกลุ่มที่มีผู้โดยสารน้อยและขาดทุน


ซึ่งขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดิม จึงยังไม่มีข้อสรุปว่าจะโอนหรือไม่โอนย้าย เนื่องจากต้องพิจารณาทั้งภาระการลงทุน ของ AOT ในสถานการณ์ปัจจุบัน ว่าจะมีความคุ้มค่าในการรับโอนไปหรือไม่ ซึ่งไม่มั่นใจว่าผู้ถือหุ้น AOT จะมีความเห็นอย่างไร โดยมอบหมายให้ทย.หารือร่วมกับ AOT เพื่อสรุปข้อดี ข้อเสีย เพื่อนำเสนอ ขอทบทวนมติ ครม.ต่อไป

ทั้งนี้ ทย. มีแผนการพัฒนาสนามบินแห่งใหม่ และแผนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น การต่อความยาวรันเวย์สนามบิน เพื่อรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ รวมถึงสามารถเพิ่มขีดความสามารถรองรับเที่ยวบินเพิ่ม และรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมผลักดันให้แต่ละสนามบินมีอัตลักษณ์และบทบาททางเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งด้านโลจิสติกส์ คาร์โก้ และการท่องเที่ยว

สำหรับสนามบินที่ยังใช้ประโยชน์พื้นที่ได้ไม่เต็มศักยภาพ ให้ทย. ศึกษาในการนำกิจกรรมเชิงพาณิชย์เข้ามาเสริม เพื่อสร้างรายได้และลดภาระงบประมาณภาครัฐ โดยปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ Aero ประมาณ 90% รายได้ Non Aero 10%

ซึ่งทย. มีแผนผลักดันการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสนามบินมากขึ้น แต่ยังติดข้อจำกัดเรื่องสัญญาเช่าพื้นที่ปัจจุบันที่มีระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี ซึ่งอาจไม่จูงใจเอกชนลงทุน โดยอยู่ระหว่างหารือกรมธนารักษ์ เพื่อขยายระยะเวลาสัญญาเช่าเป็น 5-10 ปี

ส่วนการยกระดับเทคโนโลยี ทย. ติดตั้งระบบตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง CUPPS (Common Use Passenger Processing System) ซึ่งปัจจุบันติดตั้งเสร็จแล้ว 7 แห่ง ได้แก่ กระบี่ ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช พิษณุโลก และตรัง ส่วนอุดรธานี กำลังติดตั้ง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร ลดการรอคิว และนำระบบ Biometrics มาใช้สำหรับการยืนยันตัวตน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร มากยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มที่กระบี่และอุดรธานีก่อน เนื่องจากมีเที่ยวบินระหว่างประเทศจำนวนมาก เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและระบบรักษาความปลอดภัยให้เป็นมาตรฐานสากล คาดว่า จะเริ่มใช้งานได้ภายในปี 2570


@เร่งหารือ AOT ถกหลักการ-ประเมินมูลค่าทรัพย์สิน โอนสนามบิน

ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า การโอนสนามบิน 3 แห่งของทย.ให้ AOT มีข้อสั่งการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งจะต้องมีการศึกษาผลกระทบ ข้อดี ข้อเสีย เพื่อนำเสนอกระทรวงคมนาคม ซึ่ง รมช.คมนาคม สั่งการให้ศึกษาวิธีการบริหารจัดการสนามบินทั้ง 28 แห่ง ด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไร ต้องพิจารณา​ผลกระทบต่อการบริหารสนามบินขนาดเล็กทั่วประเทศ เนื่องจากปัจจุบัน ทย.ใช้โมเดลสนามบินใหญ่ เลี้ยงสนามบินเล็กที่มีจำนวนผู้โดยสารน้อย เพื่อให้ทุกสนามบินสามารถดำเนินงานได้ตามมาตรฐานเดียวกัน แม้บางแห่งจะไม่สามารถสร้างผลกำไรได้ก็ตาม เพราะยังมีความสำคัญด้านความมั่นคงและการให้บริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

“ที่ผ่านมามีการหารือร่วมกัน AOT ถึงหลักการโอน 3 สนามบินตามมติครม. ซึ่งจะมีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินต่างๆ และความช่วยเหลือสำหรับสนามบินที่เหลือที่มีขนาดเล็กของ ทย.ซึ่งการตั้งสมมุติฐานของทย.ที่เป็นหน่วยงานราชการ การศึกษามองในภาพรวมผลประกอบการของสนามบินทั้ง 28 แห่ง และบริหารทุกสนามบินด้วยอัตราค่าบริการที่เหมาะสม โดยสนามบินกระบี่ มีศักยภาพสามารถเลี้ยงสนามบินเล็กๆได้ แต่ AOT จะมองเฉพาะผลประกอบการ 3 สนามบินที่จะรับโอน จึงศึกษาบนสมมุติฐานที่ต่างกัน”

@ผุดสนามบินใหม่ 5 แห่ง ปักธง”บึงกาฬ”สนามบินภูมิภาคแห่งที่ 29

สำหรับแผนพัฒนาศักยภาพสนามบิน ปัจจุบัน อยู่ระหว่างก่อสร้างต่อความยาวรันเวย์สนามบินชุมพร วงเงิน 1,500 ล้านบาท (ปี 68-71) ,ก่อสร้างต่อเติมความยาวรันเวย์ พร้อมระบบไฟฟ้าสนามบินและองค์ประกอบอื่นๆ (ระยะที่1) สนามบินแพร่ วงเงิน 400 ล้านบาท (ปี 69-71) แลเตรียมต่อขยายความยาวรันเวย์ที่ สนามบินบุรีรัมย์ แพร่ ชุมพร ระนอง และสนามบินตรัง

สำหรับการพัฒนาสนามบินแห่งใหม่ จำนวน 5 แห่ง โดยศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้นแล้ว 1 แห่งคือ สนามบินบึงกาฬ อนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA แล้ว โดยปี 2570 จะดำเนินการสำรวจอสังหาริมทรัพย์สิน ส่งปลูกสร้างและ ที่ดิน ต้นไม้ เพื่อกำหนดกรอบวงเงินเวนคืน โดยในส่วนของค่าก่อสร้างเบื้องต้นคาดวงเงินประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสรุปนำเสนอครม.และก่อสร้างในปี 2572 และอยู่ระหว่างศึกษา 4 แห่ง ได้แก่ มุกดาหาร สตูล พะเยา และพัทลุง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการศึกษาและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA

จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนน้ำมันของสายการบิน ซึ่งทย. ออกมาตรการช่วยเหลือ โดยลดค่าจอดอากาศยาน (Parking Fee) 50% เป็นระยะเวลา 6 เดือนมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำหรับสนามบินกระบี่ ซึ่งมีสายการบินกว่า 30 สายให้บริการ ที่ผ่านมา มีสายการบินตะวันออกกลาง จำนวน 3 สาย (สายการบินเอทิฮัด สายการบินอาบูดาบี และแอร์อาระเบีย ) ยกเลิกในช่วงเกิดสงคราม ปัจจุบันทยอยกลับมาทำการบินแล้ว จึงไม่มีผลกระทบต่อปริมาณเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสาร โดยเฉลี่ยช่วงHigh Season มีเฉลี่ย 14,000 คนต่อวัน ช่วง Low Season มีเฉลี่ย 7,000 คนต่อวัน

ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะเข้าสู่สนามบิน เพื่อลดค่าใช้จ่ายประชาชน โดย ทย. สนับสนุนให้รถโดยสารสาธารณะเข้าจอดรับส่งหน้าอาคารผู้โดยสารได้โดยตรง รวมถึงพัฒนาศูนย์ขนส่งเชื่อมต่อสนามบินในบางพื้นที่ เช่น สุราษฎร์ธานี และอุบลราชธานี เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางเชื่อมต่อรถโดยสาร รถแท็กซี่ และสนามบินได้สะดวกมากขึ้น

@ลดค่าจอดเครื่องบิน 50% ช่วยแอร์ไลน์

ขณะที่จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนน้ำมันและผลกระทบต่อสายการบิน ทย. ยังออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการสายการบิน โดยลดค่าจอดอากาศยานลง 50% เป็นระยะเวลา 6 เดือนมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สายการบินที่ได้รับผลกระทบสามารถนำเครื่องบินมาจอดพัก เพื่อลดภาระต้นทุน


สำหรับนโยบาย 7 ด้านสำคัญเพื่อ “ยกระดับท่าอากาศยานให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระดับภูมิภาค (Airport for Regional Development)”1. ให้ ทย. เสนอมาตรการลดภาระต้นทุนของสายการบิน ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ตะวันออกกลาง โดยมิให้กระทบต่อต้นทุน มาตรฐานการให้บริการ และมาตรฐานด้านความปลอดภัยของท่าอากาศยาน

2.ให้ ทย. สนับสนุนนโยบายรัฐบาลในด้านการกระตุ้นกระแสเงินสดในภาคอุตสาหกรรม โดยขอให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2569 โดยให้ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมการดำเนินการจัดทำและปรับปรุงแผนการขอรับจัดสรรงบประมาณประจำปี 2570 โดยคำนึงถึงความจำเป็น คุ้มค่าต่อการลงทุน และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติเป็นที่สำคัญ

3.ให้ ทย. เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างให้สามารถเปิดให้บริการต่อสาธารณชนได้โดยเร็ว อาทิ โครงการก่อสร้างทางขับขนานท่าอากาศยานกระบี่ และสุราษฎร์ธานี โครงการก่อสร้างต่อเติมความยาวทางวิ่งท่าอากาศยานบุรีรัมย์ รวมทั้งโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานนราธิวาส และให้ดำเนินการศึกษาและเตรียมความพร้อมในการนำเทคโนโลยีตรวจจับ ติดตาม และหยุดยั้งอากาศยานไร้คนขับ (Drone) มาใช้ในท่าอากาศยาน พร้อมทั้งเร่งจัดหาเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อใช้ในการขับไล่กลุ่มนก ณ ท่าอากาศยานในสังกัด เพื่อยกระดับความปลอดภัย คุณภาพการให้บริการ กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ตามนโยบาย Quick-win

4 .ให้ ทย. เร่งรัดการดำเนินงานสำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมีความพร้อม เพื่อให้สามารถเริ่มก่อสร้างได้โดยเร็ว ได้แก่ โครงการก่อสร้างต่อเติมความยาวทางวิ่ง ณ ท่าอากาศยานชุมพร และแพร่ รวมทั้งเร่งขับเคลื่อนโครงการลงทุนที่เป็นการขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานตามแผนแม่บทที่ได้จัดทำไว้ทั้งท่าอากาศยานนราธิวาส แพร่ ชุมพร บุรีรัมย์ ระนอง ตรัง รวมถึงให้พิจารณาต่อเติมความยาวทางวิ่ง ท่าอากาศยานที่มีศักยภาพ เช่น ท่าอากาศยานชุมพร ระนอง ตรัง และนครศรีธรรมราช ให้สามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ขึ้น และรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น จากการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาล

5 .ให้ ทย. ยกระดับการบริหารจัดการภาครัฐที่ดีให้เร่งขยายผลการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ในรูปแบบอัตโนมัติ มานำร่องการใช้งานในท่าอากาศยาน ทั้งโครงการติดตั้งระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล โครงการจ้างเอกชนให้บริการและบำรุงรักษาตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง โครงการจ้างบริการระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้าและประมวลผลรายการข้อมูล สำหรับฐานข้อมูลการเดินทางของผู้โดยสาร รวมทั้งดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด

6 .ให้ ทย. จัดทำแผนแม่บทในการพัฒนาท่าอากาศยาน ส่งเสริมการบินในภูมิภาคเชื่อมโยงเมืองหลักเมืองท่องเที่ยว ปรับปรุงอัตลักษณ์ของอาคารที่พักผู้โดยสาร ให้สอดคล้องกับพื้นที่ ให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อการเดินทางกับ การขนส่งภาคพื้นโดยให้บูรณาการยุทธศาสตร์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดระเบียบการจราจร เพิ่มความปลอดภัยบริเวณท่าอากาศยานให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเริ่มจากท่าอากาศยานที่มีผู้โดยสารใช้งานหนาแน่นเช่น ท่าอากาศยานกระบี่ อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และตรัง เป็นต้น

7.ให้ ทย. ศึกษาวิเคราะห์รูปแบบการดำเนินงานและบริหารจัดการท่าอากาศยานในสังกัดเพื่อให้เหมาะสมกับปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบิน พัฒนาพื้นที่เพื่อการใช้ประโยชน์สำหรับท่าอากาศยานหรือกิจกรรมต่อเนื่องให้ได้อย่างคุ้มค่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งพิจารณาการเพิ่มบทบาทของเอกชนและประชาชนในการลงทุนและดำเนินกิจการท่าอากาศยาน โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากการแบ่งกลุ่มท่าอากาศยานตามปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการและโอกาสในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ที่เหมาะสม อาทิเช่น ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) และคลังสินค้า เป็นต้น