xs
xsm
sm
md
lg

JPMorgan-Mastercard และ Ripple สร้างประวัติศาสตร์โอนพันธบัตรโทเคนข้ามโลกผ่าน XRP Ledger สำเร็จ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สองยักษ์ใหญ่แห่งวอลล์สตรีทอย่าง JPMorgan และ Mastercard ประกาศความสำเร็จในการทำธุรกรรมโอนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรูปแบบโทเคนข้ามพรมแดนและข้ามธนาคารเป็นครั้งแรกของโลก โดยอาศัยขุมพลังจากเครือข่าย XRP Ledger ของ Ripple ผสานเข้ากับระบบชำระเงินระหว่างธนาคาร ตอกย้ำถึงศักยภาพของการแปลงสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริงที่กำลังเข้ามาพลิกโฉมระบบการชำระเงินระดับสากลให้รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำลง ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวของสถาบันการเงิน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และนักลงทุนชื่อดังอย่าง เควิน โอเลียรี ส่งสัญญาณเตือนถึงช่องโหว่ด้านกฎระเบียบที่ต้องได้รับการอุดรอยรั่วอย่างเร่งด่วน

ธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งวอลล์สตรีทอย่าง JPMorgan และผู้ให้บริการบัตรเครดิตระดับโลกอย่าง Mastercard ได้ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ในการทำธุรกรรมไถ่ถอนกองทุนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรูปแบบโทเคนข้ามพรมแดนและข้ามธนาคารเป็นครั้งแรก โดยเป็นการทำงานร่วมกับเครือข่าย XRP Ledger ของ Ripple และระบบการชำระราคาและส่งมอบระหว่างธนาคาร

การทำธุรกรรมนำร่องในครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนบนบล็อกเชนอย่าง Ondo Finance ซึ่งดำเนินการไถ่ถอนกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นของรัฐบาลสหรัฐ หรือ OUSG ให้กับ Ripple บนเครือข่าย XRP Ledger จากนั้นเครือข่าย Multi-Token Network ของ Mastercard ได้ทำหน้าที่ส่งคำสั่งการชำระราคาไปยัง Kinexys ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบล็อกเชนของ JPMorgan เพื่อดำเนินการส่งมอบสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่บัญชีธนาคารของ Ripple ในประเทศสิงคโปร์

Ondo Finance ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ระบุอย่างชัดเจนว่า นี่คือก้าวแรกในหน้าประวัติศาสตร์ ที่บล็อกเชนสาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานด้านการธนาคารระดับโลก สามารถผสานการทำงานเพื่อชำระราคาและส่งมอบธุรกรรมข้ามพรมแดนของกองทุนรูปแบบโทเคนร่วมกันได้แบบเรียลไทม์

โครงการนำร่องนี้คือภาพสะท้อนชั้นดีถึงความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างบริษัทในอุตสาหกรรม คริปโต กับสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม ที่ต่างกำลังแสวงหาลู่ทางในการสร้างระบบการชำระเงินและการชำระราคาระดับโลกที่มีความรวดเร็วขึ้น ต้นทุนต่ำลง และสามารถดำเนินงานได้ตลอดเวลาโดยก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องเวลาทำการของธนาคารแบบเดิม


ความสำเร็จของโครงการนำร่องที่เกี่ยวข้องกับกองทุน OUSG ในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโครงการก่อนหน้าที่ JPMorgan และ Ondo Finance เคยร่วมกันทดสอบมาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม ปีพุทธศักราช 2568 ซึ่งในเวลานั้นเป็นการเคลื่อนย้ายกองทุนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรูปแบบโทเคนข้ามผ่านระหว่างเครือข่ายบล็อกเชนแบบสาธารณะและแบบจำกัดสิทธิการเข้าถึง

กระแสการแปลงสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริงให้กลายเป็นโทเคนดิจิทัล กำลังดึงดูดความสนใจจากบรรดาผู้นำในวอลล์สตรีทอย่างล้นหลาม ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งหวังจะแปลงสินทรัพย์ทุกสรรพสิ่ง ตั้งแต่หุ้น พันธบัตร ไปจนถึงกองทุนรวมตลาดเงินและอสังหาริมทรัพย์

ข้อมูลจาก RWA.xyz ระบุว่า ปัจจุบันมีสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งไม่รวมสเตเบิลคอยน์ ที่ถูกแปลงเป็นโทเคนบนบล็อกเชนแล้วคิดเป็นมูลค่าสูงกว่า 3.11 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำอย่าง Boston Consulting Group ได้เคยประเมินไว้เมื่อปีพุทธศักราช 2565 ว่า ตลาดการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนอาจมีมูลค่าพุ่งทะยานถึง 16 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปีพุทธศักราช 2573 ในขณะที่ McKinsey & Co. ประเมินด้วยมุมมองที่ระมัดระวังกว่า โดยคาดการณ์ว่าอาจแตะระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเวลาเดียวกัน

ยิ่งไปกว่านั้น Intercontinental Exchange บริษัทแม่ของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ด้วยการประกาศเตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน เพื่อรองรับการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน และการชำระราคาหุ้นรวมถึงกองทุนอีทีเอฟแบบทันที โดยใช้ระบบหลังการซื้อขายบนบล็อกเชน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพัฒนาการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการโทเคนดิจิทัลเท่าที่เคยมีมา

แม้จะมีพัฒนาการที่ก้าวกระโดด ทว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้ส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานเมื่อเดือนเมษายน โดยหยิบยกข้อกังวลหลายประการ รวมถึงประเด็นที่ว่าการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน เป็นการผลักภาระความเสี่ยงจากระบบธนาคารไปสู่บัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์และชุดรหัสสัญญาอัจฉริยะ ซึ่งจะทำให้การแทรกแซงจากหน่วยงานกำกับดูแลในช่วงเวลาวิกฤตทำได้ยากลำบากยิ่งขึ้น

IMF ยังเสริมด้วยว่า หากปราศจากความชัดเจนทางกฎหมายเกี่ยวกับบันทึกกรรมสิทธิ์และความสมบูรณ์เด็ดขาดของการชำระราคา ตลาดสินทรัพย์รูปแบบโทเคนจะมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นเพียงตลาดที่แตกกระจายและเป็นเพียงส่วนชายขอบของระบบการเงิน

สอดคล้องกับมุมมองของ เควิน โอเลียรี นักลงทุนฝีปากกล้าจากรายการ Shark Tank ที่ได้นำข้อกังวลเหล่านี้มาขยายความบนเวทีงาน Consensus Miami ประจำปี 2569 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเขากล่าวว่า เม็ดเงินทุนก้อนโตจะไม่มีทางถูกนำมาแปลงเป็นโทเคนอย่างเด็ดขาด จนกว่าสหรัฐอเมริกาจะผ่านร่างกฎหมายโครงสร้างตลาด คริปโต และกฎระเบียบนั้นต้องสอดคล้องกับข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ อย่างสมบูรณ์