xs
xsm
sm
md
lg

เปิดฉาก “Thailand Digital Asset Leadership Forum: Road to SEABW 2026”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:





เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ กับงาน “Thailand Digital Asset Leadership Forum: Road to SEABW 2026” ที่รวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชน นักลงทุน และผู้นำภาคธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ร่วมสะท้อนวิสัยทัศน์ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และชี้ทิศทางอนาคตเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ก่อนก้าวสู่มหกรรมระดับภูมิภาค Southeast Asia Blockchain Week 2026



นายณฑ์ คลอวุฒินันท์ Founder & CEO APE X CRYPTO & Former APAC GROWTH Uniswap และ กรรมการ สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ในฐานะผู้ริเริ่มจัดงานและวิทยากรพิเศษ กล่าวว่า การจัดงานในวันนี้คือการแสดงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อยืนยันว่าประเทศไทยมีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านเทคโนโลยี กฎระเบียบ และบุคลากร ซึ่งไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามเทรนด์โลก แต่กำลังสร้าง Ecosystem ของสินทรัพย์ดิจิทัลที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย โดยเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น

"ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากและสามารถสู้กับคู่แข่งในระดับสากลได้ทัดเทียม แต่ที่ผ่านมาเรากลับถูกหลายประเทศมองข้ามไปเพียงเพราะอุปสรรคด้านภาษา ทั้งที่เรามีระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งแต่กฎระเบียบ (Regulation) ที่ชัดเจน ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเติบโต การรวบรวมหน่วยงานแบบรอบด้านในครั้งนี้จึงมุ่งหวังที่จะประกาศศักยภาพของคนไทยให้โลกเห็น เพื่อกระตุ้นการจ้างงานและดึงเม็ดเงินกลับมาสู่ทรัพยากรบุคคลในประเทศ เนื่องจากคนไทยมีทักษะในอาชีพที่ตลาดโลกกำลังต้องการและมีศักยภาพที่สู้คนอื่นได้จริง ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้ก้าวล้ำไปอีกขั้นอย่างยั่งยืน"

ภายในงานมีการถ่ายทอดมุมมองเชิงลึกจากผู้นำในแวดวงสินทรัพย์ดิจิทัล และ ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกที่มาร่วมเจาะลึกทิศทางในอนาคต เริ่มด้วยการถอดรหัสศักยภาพของประเทศไทยในสายตาชาวโลกโดย Mr. Hojin Kim จาก ShardLab ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นบริษัทนวัตกรรมด้าน Web3 ร่วมทุนโดย Hashed (Venture Capital ด้าน Web3 ระดับโลก) ภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ SCBX ทั้งยังเป็นผู้จัดงานหลักของ Southeast Asia Blockchain Week (SEABW) งานประชุมด้านบล็อกเชนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ซึ่งเคยสร้างปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่มาแล้ว ซึ่งปีนี้จะจัดขึ้นอีกในวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2569 ณ ICONSIAM มาร่วมวิเคราะห์เหตุผลสำคัญที่บริษัทเทคโนโลยีระดับสากลเลือกปักหมุดประเทศไทยเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ ต่อเนื่องกับการร่วมเสวนาพิเศษในหัวข้อเบื้องหลังความสำเร็จของประเทศไทยกับการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) สินทรัพย์ดิจิทัลที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย โดยได้รับเกียรติจากเหล่าผู้บุกเบิกวงการ

 นำโดย ดร. การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, คุณฤทธิ์ เบญจฤทธิ์ Co-founder Bitcoin Addict Thailand, ดร. นที เทพโภชน์ Founder Block Mountain และ OM PLATFORM และ คุณปรมินทร์ อินโสม Founder FIRO และ Satang Pro (ปัจจุบันคือ ORBIX) ร่วมกันวิเคราะห์ถึงปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค ทั้งในแง่ของการยอมรับจากผู้ใช้งานและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเติบโตของนวัตกรรมใหม่ๆ พลังขับเคลื่อนจากองค์กรชั้นนำสู่อนาคตเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเหล่าวิทยากรล้วนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดันอุตสาหกรรมดิจิทัลของไทยมาตั้งแต่ปี 2017 จึงทำให้เห็นภาพการเติบโตและวิวัฒนาการของสินทรัพย์ดิจิทัลไทยในทุกช่วงเวลาอย่างลึกซึ้ง

ขณะที่มิติด้านการกำกับดูแลได้รับความสนใจอย่างมากในการบรรยายเรื่อง “ก้าวต่อไปของกฎระเบียบสินทรัพย์ดิจิทัลไทย” โดย คุณวสุ วุฒิสันติ จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่มาอัปเดตนโยบายและทิศทางข้อกฎหมายล่าสุดที่ได้รับการพัฒนาให้มีความครอบคลุมและล้ำสมัยทัดเทียมสากล โดยเฉพาะการเปิดรับกลไกใหม่อย่าง Crypto Future รวมถึงมาตรการยกเว้นกฎหมายคริปโทฯ บางประการเป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อสนับสนุนการทดลองนวัตกรรมภายใต้กรอบการดูแลที่เหมาะสม ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้กับนักลงทุนในระยะยาวพร้อมทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวและเติบโตได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก

นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาถึงพลังขับเคลื่อนสำคัญจากองค์กรชั้นนำสู่อนาคตเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยที่มีบทบาทในการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมี คุณนเรศ เหล่าพรรณราย นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และ Founder Ricco Wealth และคุณอรุณี แปลงนาม นักพัฒนานวัตกรรม สังกัดฝ่ายนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) มาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์ถึงแนวทางการสนับสนุนจากภาครัฐและสมาคมวิชาชีพ เพื่อผลักดันให้กลุ่มผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างยั่งยืน ซึ่งการเสวนาในหัวข้อนี้ดำเนินรายการโดยคุณตุ๊กตา อมลวรรณ ชัชลิตวพงษ์ Co-Founder APE X CRYPTO, Head of Legal South East Asia Lightnet

บรรยากาศในงานยังเข้มข้นด้วยการโชว์กรณีศึกษาอนาคต Stablecoins และการชำระเงินรูปแบบใหม่ (Programmable Payments) จากโปรเจ็คใน Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทยโดย ดร. นที เทพโภชน์ Founder Block Mountain และ OM PLATFORM คุณอภินันท์ ดาบเพ็ชร Group Head of Wallet and Growth, True Money ในฐานะตัวแทนหนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจชั้นนำและเป็นผู้นำด้านการนำระบบบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้ในการรับชำระเงินอย่างเป็นรูปธรรม และ คุณภาสกร ปานนอก CEO และ Co-founder Bitkub Blockchain Technology

อีกทั้ง ร่วมเจาะลึกถึงการวางรากฐานด้านการศึกษา หัวใจสำคัญของการเติบโตคือการสร้างบุคลากรคุณภาพ เพื่อรองรับโลกสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก Binance TH Academy ดร. กร พูนศิริวงศ์ CSO Binance TH และ ผู้อำนวยการ Binance TH Academy ในฐานะฟันเฟืองหลักในการสนับสนุนการศึกษาอย่างยั่งยืนพร้อมเปิดเผยถึงความสำเร็จในการทำ MOU ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ พัฒนาหลักสูตรในมหาวิทยาลัยที่สามารถนำไปสะสมหน่วยกิต (Credit) ได้จริง ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมด้วย ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, Dr. Aman Saggu อาจารย์ด้านการเงิน มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC) และ คุณพัณณ์ชิตา อัศวธีรนันท์ CCC และ ACC Academy ที่มาร่วมระดมสมองวางรากฐานการศึกษาเพื่อรองรับโลกการเงินยุคใหม่

ตลอดจนการเจาะลึกเทรนด์ Tokenization ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมโลกการเงินโดยผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในอุตสาหกรรม นำโดย คุณวันรบ บุณธรรม, CFA, FRM - CIO จาก Token X ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์จากการขับเคลื่อนโปรเจกต์ Tokenization ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วอย่างหลากหลาย อาทิ RealX, Summer Point, สินทรัพย์ประเภทไวน์หรู รวมถึง Carbon Credit ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการแปลงสินทรัพย์ที่หลากหลายให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล พร้อมด้วย คุณณิชา ไซเกิล (Nicha Cygnel) - Senior Business Development Specialist จาก Orbix Group ผู้ให้บริการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลแบบครบวงจรในเครือธนาคารกสิกรไทย ที่มาร่วมให้มุมมองเชิงลึกในมิติการพัฒนาธุรกิจและการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในระบบนิเวศของสินทรัพย์ดิจิทัล


ทางด้าน คุณบุณยวีย์ พลายพันธุ์ Thailand/Indochina Country Manager จาก Tether บริษัทผู้สร้างเหรียญ Stablecoin อย่าง USDT ที่มีมูลค่าตลาดและปริมาณการซื้อขายสูงสุดในโลก ร่วมให้ข้อมูลถึงความแข็งแกร่งของ Tether ในระดับสากล โดยปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวมกว่า 189.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ข้อมูล ณ พฤษภาคม 2026) และมีผู้ใช้งานกว่า 500 ล้านคนทั่วโลก นอกจากนี้ USDT ยังเป็น 1 ใน 5 สกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความเห็นชอบภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. ไทย พร้อมทั้งมีผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่หลากหลาย อาทิ XAUt (Tether Gold), USAT, Hadron และ Tether Wallet

สำหรับการดำเนินงานในประเทศไทย คุณบุณยวีย์ ได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (Collaboration) ว่า Tether มุ่งเน้นการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่เป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาต (Licensed Exchange Partners) เพื่อพัฒนาโครงการด้านการศึกษา และทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแลของไทย เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานทุกขั้นตอนสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายไทย นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสมาคมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจทางการเงิน (Financial Literacy) ตลอดจนการสนับสนุนผู้ใช้และนักลงทุนชาวไทยด้วยสภาพคล่องและทางเลือกการลงทุนที่หลากหลาย เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน"

นับเป็นการประกาศความพร้อมของไทยอย่างครบวงจร ก่อนก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางบล็อกเชนระดับภูมิภาค งานนี้ทำให้ประเทศไทยได้ showcase อุสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ที่ที่เดียว มีผู้เกี่ยวข้องจากหลาย sector เข้ามาให้ความรู้และแชร์ประสบการณ์ งานครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่ยังสะท้อนถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม