นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีปรับขึ้น จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ลดระดับความรุนแรงลงต่อเนื่อง หลังจากมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่านใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ซึ่งประเด็นดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงถึง 8% เมื่อวานที่ผ่านมา
ขณะเดียวตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะดัชนี Nasdaq และ S&P500 ต่างปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ซึ่งถือ
เป็น Sentiment ที่ดีและจะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ โดยประเมินว่ากลุ่มที่นำตลาดในวันนี้ ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ และกลุ่มที่ปรับตัวลงแรงช่วงสงคราม เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้า SPP กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มโรงพยาบาล
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการปรับตัวขึ้นของดัชนีอาจถูกฉุดรั้งจากแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมัน
และก๊าซ (Oil & Gas) และกลุ่มปิโตรเคมี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมาในช่วงก่อนหน้านี้
สำหรับปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตามในวันนี้ คือ การประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ได้แก่ ADVANC, TRUE ,GULF, GPSC
โดยให้กรอบแนวรับ 1,500 จุด และแนวต้าน 1,530 จุด