ผู้จัดการรายวัน 360 - จับตาศึกเฮลท์แอนด์บิวตี้ 4 แสนล้าน หลัง OR ส่งร้าน “found & found” ลุยเป็นปีที่ 2 ลูกค้าให้การตอบรับดีมาก ยอดขายต่อบิลเทียบกับค่าเฉลี่ยสูงเป็นเท่าตัว ลั่นปี 69 นี้ เป็นช่วงก้าวเดิน มุ่งขยายสาขาเป็น 54 สาขา และปั้นยอดขายโตต่อเนื่อง มั่นใจปีนี้ติดท็อป 5 ของตลาด ปูทางสู่ปี 70 พร้อมสปีดเต็มกำลัง สู่เป้าหมายในปี 73 มี 450 สาขาทั่วประเทศ เป้าเบอร์ 1 ของตลาดเฮลท์แอนด์บิวตี้
นายณัฐพล ชูจิตารมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออาร์ เฮลท์ แอนด์ เวลเนส จำกัด (ORHW) ดูแลร้าน found & found ร้านค้าปลีกเฮลท์ & บิวตี้ จากญี่ปุ่นและเกาหลี ในเครือบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เปิดเผยว่า ร้าน found & found เป็นธุรกิจค้าปลีกด้านเฮลท์แอนด์บิวตี้ตัวแรกของทาง OR ที่แยกออกมาจัดตั้งเป็นบริษัทในเครือ โดยมี OR เป็นบริษัทแม่ 100% และได้งบประมาณเป็นแบบปีต่อปี
ร้าน found & found มีจุดแข็งอยู่ที่การเป็น J/K เฮลท์แอนด์บิวตี้รีเทล เปิดตัวให้บริการในปี 2568 เป็นปีแรก ด้วยจำนวน 12 สาขา ทั้งในปั้มน้ำมัน ปตท., คอมมูนิตี้มอลล์, ช้อปปิ้งมอลล์ และออฟฟิศเชียล พบว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก มีสมาชิกกว่า 60,000 - 90,000 ราย อายุเฉลี่ยตั้งแต่กลุ่มเฟิร์สทจ็อบเบอร์ วัยทำงาน และผู้ใหญ่อายุ 40 ปีขึ้นไป
“ตลาดรวมเฮลท์แอนด์บิวตี้มูลค่า 400,000 ล้านบาท ยังเติบโตต่อเนื่องปีละ 8-9% ปีนี้ก็คาดว่าจะโต 9% เช่นกัน หลังจาก 1-2 ปีนี้พบว่า สินค้าเฮลท์แอนด์บิวตี้จากญี่ปุ่นและเกาหลีได้รับความสนใจจากลูกค้าคนไทยสูง จากความไม่หยุดนิ่งของแบรนด์ คุณภาพ และนวัตกรรม เช่นเดียวกับแบรนด์ไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาเพื่อแข่งขันในระดับสากลเช่นกัน ซึ่งทาง OR มองว่ายังมีช่องว่างที่เราจะสามารถเข้ามาในธุรกิจนี้ได้ จึงวางตัวเองเป็นร้าน J/K เฮลท์แอนด์บิวตี้ ถ้านึกถึงสกินแคร์แบรนด์ญี่ปุ่นและเกาหลี ต้องนึกถึงร้าน found & found” นายณัฐพล กล่าวต่อว่า ในปีที่ผ่านมาเป็นช่วงตั้งต้น เป็นก้าวแรกของการทดลองทำธุรกิจ หาโมเดลร้าน และทำเลการตั้งร้าน ส่วนในปี 2569 นี้ เป็นช่วงก้าวเดิน ภายใต้กลยุทธ์การนำเสนอสินค้าที่ตรงกับความต้องการของแต่ละทำเล ในแต่ละโมเดล ซึ่งปัจจุบันร้าน found & found มีสินค้ามากกว่า 520 แบรนด์ รวมกว่า 50,000 SKUs แบ่งเป็นสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่น เกาหลี และไทย ในสัดส่วนเท่าๆ กัน
โดยเฉพาะแบรนด์ญี่ปุ่นและเกาหลี เป็นการนำเข้าเองมากกว่า 500 SKUs มีทั้งสินค้าในกระแส และเอ็กซ์คลูซีฟจากญี่ปุ่น 100 SKUs และเกาหลีอีก 100 กว่า SKUs โดยทำราคาได้ใกล้เคียงหรือเท่ากับราคาที่ขายในประเทศต้นทาง ดังนั้นจึงได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้า ยอดใช้จ่ายต่อครั้งจึงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดเป็นเท่าตัว
จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น ปีนี้บริษัทตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 45 สาขา หรือสิ้นปีนี้จะเปิดให้บริการรวมกว่า 54 สาขา เน้นกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นหลัก รวมถึงต่างจังหวัดบางส่วน เช่น ในปั้มปตท. ชะอำ, ปตท.วังน้อย เป็นต้น เชื่อมั่นว่าจบปีนี้ ยอดขายของร้าน found & found จะเติบโตตามเป้า ซึ่งเกิดจากสาขาใหม่เป็นหลัก และสาขาเดิมที่ยังทำยอดขายได้ดี โดยเฉพาะการซื้อซ้ำ เห็นได้จากยอดขายช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมายังเติบโตได้ดีอยู่ รวมถึงสมาชิกจะเพิ่มเป็น 1 แสนราย และมั่นใจว่าปีนี้ร้าน found & found จะก้าวขึ้นสู่ท็อป 5 ได้ในกลุ่มร้านค้าปลีกเฮลท์แอนด์บิวตี้
ทั้งนี้ปัจจุบันช่องทางคอมมูนิตี้มอลล์ทำยอดขายสูงสุด จากทราฟฟิกที่มากกว่าช่องทางอื่น แต่อนาคตช่องทางปั้มน้ำมันจะเป็นโมเดลร้านที่มีจำนวนสาขามากสุด จากปัจจุบัน OR มีปั้มปตท. 2,200 สาขา และร้านอเมซอนอีก 4,600 สาขา โดย 20% OR เป็นเจ้าของ และ 80% เป็นแฟรนไชส์ ดังนั้นนับตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ถือเป็นช่วงของการวิ่ง เป็นช่วงสปีดทั้งในส่วนของยอดขาย และการขยายสาขาที่จะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด สู่แผนในปี 2573 ที่ตั้งเป้าเป็นเบอร์ 1 ในตลาดค้าปลีกด้านเฮลท์แอนด์บิวตี้ ซึ่งอนาคต 5 ปีจากนี้ มีแผนขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ และโมเดลร้านในรูปแบบแฟล็กชิฟสโตร์ด้วย.