xs
xsm
sm
md
lg

CIB ล่าตัวการแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีใต้ หนีซุกพัทยา โอนเงินหลอกลวงผ่านคริปโตอำพรางร่องรอย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ตำรวจสอบสวนกลางบุกจับ ซังชอน ชาวเกาหลีใต้ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายแดงของ Interpol ฐานฉ้อโกง พบซ่องตัวในคอนโดพัทยาใช้ชื่อคนไทยเช่า หลังถูกแจ้งว่าเป็นตัวการสำคัญในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ปล่อยมัลแวร์ดูดข้อมูล แล้วหลอกโอนเงินเหยื่อผ่านแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่ออำพรางเส้นทางการเงิน ยอดความเสียหายในช่วงเพียงเดือนสิงหาคมเพียงเดือนเดียวพุ่งทะลุ 342 ล้านวอน หรือราว 9 ล้านบาท ผู้ต้องหายอมรับข้อกล่าวหาก่อนถูกนำส่งพนักงานสอบสวน เตรียมผลักดันออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งตัวคืนเกาหลีใต้

กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้สังกัดตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พลตำรวจตรี ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผู้บังคับการ บก.ปพ. พันตำรวจเอก นพรัตน์ คำมาก ผู้กำกับการสายตรวจ บก.ปพ. และ พันตำรวจเอก สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผู้กำกับการ กก.3 บก.ป. โดยมอบหมายให้ พันตำรวจตรี พงศ์ปิติ ตรีนิคม สารวัตร กก.สายตรวจ บก.ปพ. และ พันตำรวจโท อัครวุฒิ จันทร์เจริญ สารวัตร กก.3 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการจับกุม นายซังชอน อายุ 37 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล หรือ Red Notice Interpol ในข้อหาฉ้อโกง พร้อมข้อกล่าวหาเพิ่มเติมฐานเป็นบุคคลต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนด โดยเจ้าหน้าที่สามารถเข้าประชิดตัวและจับกุมได้ที่พื้นที่ส่วนกลางของอาคารชุดพักอาศัยในเขตเมืองพัทยา ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา

ทางการเกาหลีใต้สืบสวนพบว่า นายซังชอน มีบทบาทเป็นตัวการหลักในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทำหน้าที่โดยตรงในการชักนำและบริหารจัดการบัญชีม้าเพื่อนำไปใช้ฟอกเงินที่ได้จากการหลอกลวงผ่านระบบโทรศัพท์ กลอุบายของขบวนการนี้คือการแอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จากนั้นจะส่งลิงก์ติดตั้งซอฟต์แวร์อันตราย (Malware) ให้เหยื่อดาวน์โหลดลงโทรศัพท์มือถือ ก่อนหลอกล่อให้โอนเงินไปยัง "บัญชีความมั่นคงแห่งชาติ" ในข้ออ้างว่าเป็นการตรวจสอบทรัพย์สินตามกระบวนการของรัฐ

ยอดความเสียหายจากปฏิบัติการดังกล่าวรุนแรงเกินคาด เฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคมเพียงเดือนเดียวมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 342 ล้านวอน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 9 ล้านบาท ที่น่าสังเกตคือเงินที่ขโมยมาได้ไม่ได้ถูกโอนผ่านระบบธนาคารทั่วไป หากแต่ถูกยักย้ายถ่ายเทผ่านแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่กระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนตัว นับเป็นวิธีการอำพรางเส้นทางการเงินที่แนบเนียน ตรวจสอบย้อนรอยได้ยากกว่าระบบการเงินดั้งเดิม

เมื่อทางการเกาหลีใต้ยื่นขอหมายแดงเพื่อดำเนินการจับกุมผ่านช่องทาง Interpol เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยสืบทราบว่า นายซังชอน ได้เดินทางหลบหนีเข้ามายังประเทศไทยและพยายามกลมกลืนตัวเองให้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนักท่องเที่ยวในพัทยา ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ต้องหายังแสดงให้เห็นถึงความรอบคอบในการพรางตัวด้วยการใช้ชื่อบุคคลสัญชาติไทยในการเช่าคอนโดมิเนียมเพื่อปิดบังการปรากฏตัวจากเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตาม การสืบสวนด้วยเทคนิคพิเศษและการเฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่องทำให้ชุดจับกุมสามารถระบุตัวและบุกเข้าจับกุมได้สำเร็จ และที่น่าสังเกตคือการจับกุมดังกล่าวบังเอิญตรงกับวันเกิดของผู้ต้องหาพอดี

ผลการปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ปัจจุบันผู้ต้องหาให้การยอมรับข้อกล่าวหาทั้งหมด และอยู่ระหว่างกระบวนการผลักดันออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งตัวให้ทางการเกาหลีใต้ดำเนินคดีต่อไป