นาย Stanley Kang ผู้บริหาร O’right Thailandในฐานะ O’right ASEAN Partner กล่าวถึงกระแสความยั่งยืนกำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมความงามทั่วโลก และหนึ่งในแบรนด์ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอย่างชัดเจนคือ O’right (โอไรท์) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผิวกายจากไต้หวัน ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในฐานะ “The Zero Carbon Beauty Company”ด้วยแนวคิดการพัฒนาธุรกิจควบคู่การรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
โดยเบื้องหลังความสำเร็จของ O’right ไม่ได้อยู่เพียงภาพลักษณ์ “รักษ์โลก” แต่คือการวางระบบธุรกิจใหม่ทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ภายใต้แนวคิด Zero Carbon ที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบธรรมชาติที่ปลูกอย่างยั่งยืน การใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต ไปจนถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลก
หนึ่งในนวัตกรรมสำคัญคือบรรจุภัณฑ์แบบ PCR 100% (Post-Consumer Recycled) ซึ่งผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลหลังการใช้งาน ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันยังคงมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูงด้วยแนวคิด “16 Free” ที่ปราศจากสารเคมีอันตราย เช่น พาราเบน ซัลเฟต และสารตกค้างที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ O’right ยังยกระดับตัวเองสู่ “Solution Provider ด้านความยั่งยืน” สำหรับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมบริการที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ ESG (Environmental, Social, Governance) มากขึ้น
ส่วนการรุกตลาดประเทศไทยจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้บริโภครายบุคคล แต่เน้นกลุ่ม B2B อย่างชัดเจน โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมระดับลักชัวรีและองค์กรที่ต้องการยกระดับภาพลักษณ์สู่ Green & Responsible Brand
ตัวอย่างความร่วมมือที่สะท้อนทิศทางดังกล่าวคือการจับมือกับ Kimpton Maa-Lai Bangkok โรงแรมลักชัวรีใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อนำผลิตภัณฑ์ Eco Amenities ของ O’right มาใช้ในห้องพัก โดยทุกชิ้นใช้บรรจุภัณฑ์ PCR 100% และผลิตภายใต้แนวทางพลังงานหมุนเวียน (RE100)
โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ แต่คือการลด Carbon Footprint ในระดับระบบ โดยตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 31,626 ต้น ภายใน 2 ปี สอดคล้องกับเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงยั่งยืน (Sustainable Tourism) ที่กำลังเติบโตทั่วโลก
ขณะเดียวกัน O’right ยังขยายโอกาสสู่ภาคองค์กร ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ Corporate Gift เชิงสิ่งแวดล้อม ที่ตอบโจทย์ทั้งภาพลักษณ์และความรับผิดชอบต่อสังคม ช่วยให้องค์กรสามารถสื่อสารจุดยืนด้านความยั่งยืนไปยังลูกค้าและพันธมิตรได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในเชิงผลิตภัณฑ์ O’right โดดเด่นด้วยการผสาน “วิทยาศาสตร์สีเขียว” เข้ากับธรรมชาติ เช่น การใช้สารสกัดจากพืชออร์แกนิก การพัฒนาสูตรที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Biodegradable) และการลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิต ซึ่งสะท้อนแนวคิด Circular Economy อย่างแท้จริง
ปัจจุบัน O’right ได้เปิดดำเนินการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมนำเสนอทั้งผลิตภัณฑ์และโซลูชันครบวงจรสำหรับธุรกิจที่ต้องการยกระดับมาตรฐาน ESG ฃึ่งประกอบด้วยEnvironmental, Social, Governance ที่เป็นกรอบแนวคิดที่ใช้วัดว่าองค์กรดำเนินธุรกิจ รับผิดชอบและยั่งยืน ชึ่งไม่ได้ดูแค่กำไร แต่ดูผลกระทบต่อโลกและสังคมด้วย และสร้างความแตกต่างในตลาดที่การแข่งขันสูงขึ้น
จับกลุ่มลูกค้าตลาดโรงแรม
สำหรับความร่วมมือระหว่าง O’right และ Kimpton Maa-Lai Bangkok นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐาน Eco Amenities ของอุตสาหกรรมโรงแรมไทยสู่กรอบ ESG อย่างเป็นรูปธรรม โดยมี นาย Stanley Kang ผู้บริหาร O’right Thailandในฐานะ O’right ASEAN Partner เป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ผลักดันความร่วมมือนี้จากแนวคิดสู่การใช้งานจริงในระดับปฏิบัติ
โครงการนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ภายในห้องพัก แต่สะท้อนการ “รีดีไซน์” แนวคิดการดำเนินธุรกิจโรงแรมใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่การคัดเลือก Amenities ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการบริหารจัดการเพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ในระยะยาว สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมบริการยุคใหม่ที่ต้องสร้างสมดุลระหว่างประสบการณ์ระดับลักชัวรีของผู้เข้าพัก และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
ในส่วนของผลิตภัณฑ์ กลุ่ม O’right Hotel Amenities ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด Zero Carbon โดยใช้บรรจุภัณฑ์แบบ PCR 100% ควบคู่กับสูตรผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ช่วยลดทั้งขยะพลาสติกและการใช้ทรัพยากรใหม่อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันยังคงคุณภาพและประสบการณ์การใช้งานในระดับพรีเมียม ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ความยั่งยืนโดยไม่ลดทอนความหรูหรา”
แนวคิดดังกล่าวยังถูกต่อยอดไปสู่ภาคองค์กร ผ่านผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ Corporate Gift ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าของขวัญ แต่เป็นสัญลักษณ์ของภาพลักษณ์องค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล 100% การลดการใช้พลาสติกใหม่ ไปจนถึงดีไซน์ที่เรียบง่าย ทันสมัย และสื่อสารคุณค่าด้านความยั่งยืนได้อย่างชัดเจน
ภาพรวมของความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ แต่คือการสร้าง “โมเดลธุรกิจสีเขียว” ที่เชื่อมโยงแบรนด์ โรงแรม และองค์กร เข้ากับแนวคิด ESG อย่างครบวงจร พร้อมปูทางให้อุตสาหกรรมไทยก้าวสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม.
ทั้งนี้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจสามารถสัมผัสประสบการณ์ Green Beauty ได้ที่ Experience Center ของแบรนด์ ณ CentralWorld ชั้น 2 ซึ่งเปิดให้ทดลองผลิตภัณฑ์ พร้อมถ่ายทอดแนวคิดความงามอย่างยั่งยืนผ่านประสบการณ์จริง
ในยุคที่ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นความจำเป็น O’right กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ธุรกิจความงามสามารถเติบโตควบคู่กับการดูแลโลกได้จริง และประเทศไทยอาจเป็นอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการผลักดันมาตรฐาน Green Beauty สู่เวทีโลก