“พิพัฒน์”เร่งเครื่องAOT ปรับปรุง ขยายสนามบิน 6 แห่ง ดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินในภูมิภาค กางแผน 5 ปี ลงทุน 9 หมื่นล้าน ชงครม.เคาะลงทุนอาคารผู้โดยสารตะวันออก 1.2 หมื่นล้านบาท เปิดประมูลปลายปี 69 เดินหน้าอาคารทิศใต้เฟสแรก 2 หมื่นล้าน ปรับแผนดอนเมืองเฟส 3 เพิ่มงบทะลุ 6 หมื่นล้านบาท คาดผู้โดยสารปี 69 อยู่ที่ 125 ล้านคน ลดจากเป้า 130 ล้านคนจากราคาน้ำมันและสงคราม
วันที่ 5 พ.ค. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและมอบนโยบายแก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) หรือทอท. ว่า นโยบายสำคัญให้ AOT เร่งพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ โดยมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค (Hub Aviation) ทั้งด้านการขนถ่ายผู้โดยสารและสินค้า ซึ่งจะมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐาน รองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น
ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้เร่งดำเนินโครงการ Quick-Win ให้เกิดผลลัพธ์ที่รวดเร็วและต่อเนื่อง ได้แก่
1. เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผน และสามารถเปิดใบริการได้โดยเร็ว ได้แก่โครงการจัดหาเทคโนโลยีตรวจจับและยับยั้งอากาศยานไร้คนขับ (Drone) โครงการป้องกันอันตรายจากนก (Bird Strike) 2.เร่งรัดประกวดราคาสำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมีความพร้อม ได้แก่ โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2) โครงการให้บริการคลังสินค้า (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2)
3.เร่งนำเสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการ ได้แก่ โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(ฉบับปี 2568) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 โครงการศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่า (Preliminary Feasibility Study) ของท่าอากาศยานอันดามัน และล้านนา
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า AOT มีแผนในการเร่งขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งตามแผนแม่บทให้มีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้กว่า 180 ล้านคนต่อปีภายในปี 2577 โดยในช่วง 5 ปี (ปี 2569-2573) จะลงทุนประมาณ 8-9 หมื่นล้านบาท ในการพัฒนา 4 โครงการได้แก่ 1. การก่อสร้างอาคารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) วงเงินลงทุนประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจัดทำ TOR เสร็จแล้ว โดยได้เสนอขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการไปที่กระทรวงคมนาคมและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเห็นชอบแล้ว พร้อมเสนอครม.อนุมัติโครงการ หลังจากนั้นจะมีการทบทวนราคากลาง คาดว่าจะเปิดประมูลได้ใน 4 เดือน เริ่มก่อสร้างปลายปี 2569 ระยะเวลาก่อสร้าง 4 ปี (ปี 70-73) เปิดให้บริการปี 2574
2 โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้( South Terminal) วงเงินลงทุนรวมประมาณ 245,000 ล้านบาท รองรับผู้โดยสารที่ 55-60 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะแบ่งเป็น 4 เฟส โดยในช่วง 2 ปีแรก จะเป็นการ ปรับปรุงคุณภาพดินและออกแบบอาคารกลุ่มแรก วงเงินลงทุนประมาณ 2 หมื่นล้านบาท
3. โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 มีการขยายกรอบวงเงินที่ศึกษาไว้ตั้งแต่ปี 2565 ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท เป็น 6.9 หมื่นล้านบาท รองรับผู้โดยสารที่ 40 ล้านคนต่อปี ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนเสนอขอการปรับกรอบวงเงิน โดยช่วง 5 ปีแรก จะใช้เงินลงทุนประมาณ 3 หมื่นล้านบาท
4. โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงินลงทุนรวมประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท (โดยช่วง 5 ปี ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท)
นางสาวปวีณา ตามแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568) จะเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารที่ 120 ล้านคนต่อปี มี 2 โครงการหลัก คือ การก่อสร้างอาคารด้านทิศตะวันออก ซึ่งบริหารจัดการร่วมกับอาคารผู้โดยสารหลัก และอาคาร SAT-1 และรันเวย์ 3 เส้น รองรับผู้โดยสารได้รวม 70 ล้านคนต่อปี โดยใช้เทคโนโลยี ระบบเช็คอินและตรวจบัตรโดยสารอัตโนมัติ และระบบตรวจสัมภาระ แบบอัตโนมัติมาใช้เต็มรูปแบบ ทำให้มีความรวดเร็วและช่วย ลดความแออัด ของผู้โดยสารได้ ส่วนอาคารทิศใต้ พัฒนาเป็นรูปตัว M รองรับได้อีก 55-60 ล้านคนต่อปี เพิ่มความสะดวกในการให้บริการ Level Service ร่วมกับรันเวย์ที่ 4 โดยในระหว่างรอ อาคารด้านทิศใต้
อย่างไรก็ตาม AOT มีกระแสเงินสดประมาณ 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ส่วนการลงทุนพัฒนาเพิ่มศักยภาพสนามบินทั้ง 6 แห่ง นั้นจะใช้เงินรายได้ จากค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ระหว่างประเทศ ซึ่งจะมีการปรับขึ้นจาก 730 บาท เป็น 1,120 บาทต่อคน (เพิ่มขึ้น 390 บาท) มีผลตั้งแต่ 20 มิ.ย. 2569 คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับ AOT ไม่จำเป็นต้องกู้เงินมาลงทุน
สำหรับแนวโน้มผู้โดยสารในปี 2569 ทั้ง 6 สนามบินของ AOT คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 125 ล้านคน
จากเป้าหมายเดิม 130 ล้านคน โดยในช่วง 2 ไตรมาสปี 69 มีผู้โดยสารประมาณ 70 ล้านคน เนื่องจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับเพิ่มขึ้น
@สรุป TOR ประมูลลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น-บริการผู้โดยสาร รายที่ 2 “สุวรรณภูมิ”ธ.ค.นี้
นายศิโรฒน์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด) AOT กล่าวถึงความคืบหน้า โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2) โครงการให้บริการคลังสินค้า (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2) ปัจจุบัน อยู่ระหว่าง จัดทำร่าง TOR ตามขั้นตอนการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน(PPP) โดยจะแล้วเสร็จภายในเดือนก.ย.2569 และดำเนินการทดสอบความสนใจนักลงทุน (Market Sounding) ประมาณ 1 เดือน คาดว่าจะเปิดประมูลคัดเลือกฯได้ช่วงเดือนธ.ค. 2569 ใช้เวลาในการพิจารณาข้อเสนอด 3-4 เดือน คาดว่าจะได้ตัวผู้ประกอบการช่วงไตรมาส 2 ปี 2570
สำหรับผู้ให้บริการปัจจุบัน โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น และ โครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รายที่ 2 ที่จะครบกำหนดอายุสัญญาประกอบกิจการในปี 2569 AOT จะเสนอคณะกรรมการ AOT และคณะกรรมการกำกับสัญญาตามพ.ร.บ.ร่วมลงทุนฯ เพื่อขอต่ออายุสัญญษชั่วคราวไปจนกว่าจะได้ผู้ประกอบการรายใหม่