xs
xsm
sm
md
lg

PTTGC พลิกขาดทุนเป็นกำไร Q1 แตะ 3.2 พันล้าน โตกว่า 200%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



PTTGC โกยกำไรไตรมาส 1/69 พุงปลิ้น 3,232 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 200% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันขาดทุน 2,567 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 1.47 แสนล้านบาท โตขึ้น 11% จากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นต้นและอะโรเมติกส์ปรับเพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ รวมทั้งธุรกิจโรงกลั่นมีมาร์จิ้นดีขึ้น
นายทิติพงษ์ จุลพรศิริดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยว่า ผลประกอบการบริษัทในไตรมาส 1/2569 มีรายได้จากการขายรวม 146,936 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 59% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 3,232 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 200% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 2,567 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 159% จากไตรมาสก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 5,502 ล้านบาท

โดยรายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับเพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ เป็นผลจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้อุปทานในตลาดเกิดภาวะตึงตัวฉับพลัน กอปรกับปริมาณขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นต้นปรับสูงขึ้น จากการที่โรงกลั่นและโรงอะโรเมติกส์หน่วยที่ 2 กลับมาดำเนินการผลิตตามปกติภายหลังจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผนในไตรมาสก่อนหน้า

ขณะที่ไตรมาส 1/2569 บริษัทรายงาน Adjusted EBITDA อยู่ที่ 14,846 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 176% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นมากว่า 200% จากไตรมาสก่อน โดยผลประกอบการกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และพอลิเมอร์มีผลประกอบการดีขึ้น จากราคาผลิตภัณฑ์เอทิลีนและผลิตภัณฑ์โพรพิลีนที่ปรับสูงขึ้น จากภาวะอุปทานตึงตัว ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบอีเทนที่ปรับลดลงตามสัญญาซื้อวัตถุดิบ

ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์มีผลประกอบการปรับตัวดีขึ้น จากส่วนต่างผลิตภัณฑ์พาราไซลีนและผลิตภัณฑ์เบนซีนที่ปรับสูงขึ้น กอปรกับธุรกิจโรงกลั่นปรับสูงขึ้นจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมโดยรวมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากอุปทานที่ลดลง โดยเฉพาะจากการส่งออกจากประเทศในตะวันออกกลาง ร่วมกับปริมาณขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นจากการกลับมาดำเนินการผลิตตามปกติหลังการปิดซ่อมบำรุงตามแผนในไตรมาสก่อน

ในส่วนของกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษมีผลประกอบการที่ปรับดีขึ้นจากปริมาณขายที่ฟื้นตัวและการควบคุมต้นทุนของบริษัทallnex ทั้งนี้บริษัทมีการดำเนินการตามแนวทางยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ Portfolio ของธุรกิจให้เข้มแข็ง (Portfolio transformation) และการดำเนินมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายและมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัทรับรู้รายการพิเศษจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้จากการเปลี่ยนแปลงราคาตามสภาวะตลาด ได้แก่ กำไรจากสต๊อกน้ำมัน (Stock gain) และการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) สุทธิรวม 7,182 ล้านบาท ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ 7,991 ล้านบาท และกำไรสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ทางการเงินรวม 1,011 ล้านบาท บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนรวม 252 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส1/2569นี้บริษัทรับรู้กำไรจากการขายหุ้นบางส่วนในบริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด (TTT) และกำไรจากการปรับโครงสร้างธุรกิจท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 3,300 ล้านบาท แต่มีการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ของบริษัทจีซี โพลีออลส์ จำกัด (GCP) และ PTTGC America LLC (GCA) อีกทั้งมีการตั้งประมาณการค่าใช้จ่ายจากแผนปรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด (PTTMCC) รวมทั้งสิ้น 6,561 ล้านบาท

ด้านความคืบหน้าโครงการเพิ่มความมั่นคงของวัตถุดิบสำหรับธุรกิจโอเลฟินส์ (Olefins Feedstock Security Enhancement - OFS) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการจัดหาวัตถุดิบอีเทนจากสหรัฐอเมริกา เพื่อนำมาใช้เพิ่มความมั่นคงของวัตถุดิบและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันสำหรับธุรกิจโอเลฟินส์ โดยโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของบริษัท และคาดว่าเริ่มนำเข้าอีเทนและเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2572