xs
xsm
sm
md
lg

ปตท.สผ.ฟุ้ง Q2 ปริมาณขายทำสถิติสูงสุดอยู่ที่ 5.6 แสนบาร์เรล/วัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ปตท.สผ.แย้มไตรมาส 2/2569 ปริมาณการขายอยู่ที่ 5.6 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ/วัน พุ่งขึ้นทุบสถิติสูงสุด ขณะที่ราคาน้ำมันดิบดูไบไตรมาส 2 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 90-110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และก๊าซฯ 6 ดอลลาร์/ล้านบีทียู เชื่อ UAE ถอนตัวจาก OPEC+กระทบทางอ้อม

นายณัฐพล เตชะวรพร ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยว่าแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 มีปริมาณขายเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนมาอยู่ที่ระดับประมาณ 560,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากไตรมาสก่อนที่อยู่ระดับ 553,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน นับเป็นสถิติสูงสุดต่อเนื่อง มาจากการเพิ่มขึ้นของแหล่งน้ำมันดิบในภูมิภาคแอฟริกาและการเร่งผลิตก๊าซฯในอ่าวไทย

โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin) อยู่ที่ระดับ 70-75%

ทั้งปี 2569 บริษัทคาดว่าปริมาณขายจะเฉลี่ยอยู่ที่ 560,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 509,906 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ซึ่งเป็นผลมาจากดีล M&A ในช่วงก่อนหน้านี้ที่จะทยอยรับรู้เต็มปีภายในปีนี้ รวมถึงปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยด้วย 
ส่วนแนวโน้มราคาพลังงาน คาดราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบในช่วงไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ระดับ 90-110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากช่วงไตรมาส 1/2569 ที่เฉลี่ยอยู่ระดับ 87.9 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ อย่างไรก็ตามประเมินว่าราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล บนสมมติฐานที่ความขัดแย้งในภูมิภาคไม่ยืดเยื้อ


ราคาก๊าซธรรมชาติในช่วงไตรมาส 2 นี้ และทั้งปี 2569 คาดจะอยู่ที่ระดับ 6 ดอลลาร์สหรัฐ/ล้านบีทียู ทยอยเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ ขณะที่ต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) ตั้งไว้ที่ประมาณ 30 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

ส่วนกรณีที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศลาออกจากกลุ่ม OPEC+ เป็นผลกระทบทางอ้อม แต่ต้องติดตามว่าจะส่งผลต่อทิศทางราคาน้ำมันดิบและก๊าซฯ อย่างไร ในส่วนการลงทุนของ ปตท.สผ.ยังเน้นการลงทุนแหล่งปิโตรเลียมในประเทศมาเลเซียและประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงในประเทศแอลจีเรียยังลงทุนต่อเนื่อง ปัจจุบันการผลิตและปริมาณขายในตะวันออกกลางคิดเป็นสัดส่วน 10% ของพอร์ตบริษัท โดยมีโครงการปิโตรเลียมอยู่ที่ประเทศโอมาน 3 โครงการ และ UAE อีก 4 โครงการ ที่อยู่ระหว่างสำรวจและก่อสร้าง แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามฯบ้าง ซึ่งบริษัทยังคงติดตามข้อมูลจากผู้ดำเนินงาน (Operator) อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมออกขายหุ้นกู้ดิจิทัลสกุลเงินดอลลาร์ครั้งที่ 1/2569 อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.50% ต่อปี โดยเสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไป โดยคาดว่าจะเปิดจองซื้อในวันที่ 18-21 พ.ค.นี้

ส่วนการบริหารความเสี่ยงในช่วงวิกฤตพลังงานนั้น ในไตรมาส 1/2569 บริษัทได้รับผลกระทบจากการขาดทุนในรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการปรับมูลค่าทางบัญชี (Mark-to-market) ของสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Hedging) เนื่องจากราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การขาดทุนดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นเพียงตัวเลขทางบัญชี โดยในปี 2569 บริษัทได้ทำ Hedging ไว้ประมาณ 13% ของปริมาณขายทั้งปี ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง รายการดังกล่าวจะกลับมาเป็นกำไรทางบัญชีแทน