xs
xsm
sm
md
lg

รมว.อุตฯเร่งกนอ.ผุดเมืองคาร์บอนต่ำ จ่อเลือกนิคมฯเป้าหมายพ.ค.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“วราวุธ” หนุน กนอ. สร้างเมืองคาร์บอนต่ำ(LCC) จ่อเริ่มพื้นที่เป้าหมายนิคมฯ ภาคเหนือ-บางปู-แหลมฉบัง ยึดมาตรฐานสากล คาดสรุปชัดเจนภายในพฤษภาคม 2569 และเริ่มเปิดซื้อขายคาร์บอนเครดิตในปีถัดไป

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า แนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยภายใต้โครงการ Low Carbon Cites & Carbon Market Development (LCC) ซึ่งเป็นโครงการยุทธศาสตร์ระดับประเทศ เพื่อปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินและพลังงาน มุ่งสู่เป้าหมายการสร้าง ระบบนิเวศการเงินคาร์บอน จากการเยี่ยมการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) กระทรวงอุตสาหกรรมได้ตอบรับเข้าร่วมโครงการเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 ในฐานะหน่วยงานนำร่องภาครัฐ (PSOs)

สำหรับระบบนิเวศการเงินคาร์บอน ถือเป็นครั้งแรกของไทยซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินคาร์บอน และตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศ ตามที่ครม. มีมติเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 โดยโครงการอยู่ในความร่วมมือของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพพูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ธนาคารโลก ผ่านธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) เพื่อสนับสนุนการลงทุนเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานหมุนเวียน (RE) การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน (EE) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) บนทรัพย์สินภาครัฐ

นายวราวุธ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของโครงการนี้คือ การวางแพลตฟอร์มตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจของไทยให้มีความโปร่งใส น่าเชื่อถือ และเชื่อมการตลาดต่างประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ โดยหลายภาคส่วนมีการบูรณาการทำงานร่วมกัน
ทั้งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ที่ดูแลด้านมาตรฐาน สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ที่ช่วยกำกับดูแล ด้านการเงิน และวางระบบ Digital MRV และจัดตั้งกองทุน Verified Emission Reductions Monetization Facility (VERMF) เพื่อตรวจสอบ รับรอง และแปลงผลการลดก๊าซเรือนกระจกให้เป็นมูลค่าในตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศได้อย่างแม่นยำ นวัตกรรมทางการเงินดังกล่าวจะช่วยยกระดับคาร์บอนเครดิตของไทยให้เป็น เครดิตคุณภาพสูง สามารถจำหน่ายไปยังตลาดโลกได้ คาดว่าในระยะเวลา 10 ปี จะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 2.33 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ สร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตได้ประมาณปีละ 3.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายวราวุธ กล่าวว่า ผู้ว่าการกนอ.นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ รายงานว่าเมื่อ กนอ. ตอบรับเป็นส่วนหนึ่งในหน่วยงานนำร่องภาครัฐจะได้รับสนับสนุนงบประมาณลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมประมาณ 3.5 พันล้านบาทเศษ ซึ่งความโดดเด่นของโครงการนี้อยู่ที่กลไกการเงินที่เป็นนวัตกรรม ดัง กนอ. จะใช้โมเดลธุรกิจผ่านบริษัทจัดการพลังงาน (ESCOs) ที่กู้เงินจาก EXIM Bank มาดำเนินการให้ทั้งหมด หน่วยงานรัฐจะชำระค่าบริการจาก ผลประหยัดพลังงานที่ยืนยันแล้วเท่านั้น และ กนอ. จะเป็นเจ้าของสิทธิ์คาร์บอนเครดิต (Public Asset Owners) ผ่านกลไก Coordinating and Managing Entity (CME) ซึ่งบริหารงานโดยธนาคารกรุงไทยและกองทุน VERMF (Verified Emission Reductions Monetization Facility) ทำหน้าที่รวมคาร์บอนเครดิตและแปลงให้เป็นมูลค่าผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งในรูปแบบspotและสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต่อเนื่อง 10 ปี รายได้ที่ได้จากการขายคาร์บอนเครดิตจะนำไปหมุนเวียนลงทุนต่อยอดในโครงการสีเขียวรอบใหม่

ปัจจุบันแผนการดำเนินงานของ กนอ. อยู่ระหว่างสำรวจพื้นที่เป้าหมายในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ. ลำพูน, นิคมอุตสาหกรรมบางปู, นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง คาดว่าจะคัดเลือกแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้ และมีกำหนดการจัดทำร่าง RFP ให้แล้วเสร็จในสิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ก่อนจะประกาศและเปิดให้บริษัท ESCO ลงพื้นที่ประเมินงานในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นขออนุมัติเงินกู้ และเริ่มติดตั้งระบบ Solar cow เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและเริ่มกลไกซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้ภายในเดือนพฤษภาคม 2570 ส่วนลด map ระยะยาวช่วงปี 2570-2572 เป็นการขยายผลจากโครงการระยะที่ 1 ที่ดำเนินการร่วมกับภาครัฐไปสู่โครงการระยะที่ 2 เพื่อครอบคลุมนิคมฯร่วมดำเนินงานกับโรงงานภาคเอกชน