กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “Polycrisis Logistics : ผลกระทบและกลยุทธ์รับมือสำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน” วันที่ 8 พ.ค.69 เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการโลจิสติกส์ให้พร้อมรับมือความท้าทายและวิกฤตรอบด้าน เปิดรับสมัครผู้สนใจตั้งแต่วันนี้ถึง 5 พ.ค.69
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมเตรียมจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “Polycrisis Logistics : ผลกระทบและกลยุทธ์รับมือสำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน” ในวันศุกร์ที่ 8 พ.ค.2569 ณ โรงแรมแกรนด์ราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการโลจิสติกส์ให้พร้อมรับมือความท้าทายและวิกฤตรอบด้าน โดยผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมอบรมได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 5 พ.ค.2569 ทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th
ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาคโลจิสติกส์ทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างที่รุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรการทางการค้าที่เข้มงวดขึ้นในหลายประเทศ ขณะเดียวกันเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างของธุรกิจโลจิสติกส์ อย่างมีนัยสำคัญ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งในมิติของประสิทธิภาพ การบริหารความเสี่ยง และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่องภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความไม่แน่นอนสูง
สำหรับการจัดสัมมนาในครั้งนี้ กรมได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์และซัปพลายเชนการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศจากสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมาร่วมให้ความรู้ใน 4 ประเด็น ได้แก่ 1.Global Impact : วิกฤตโลกกระทบธุรกิจ 2.Supply Chain Disruption : จุดเสี่ยงที่ทำให้ธุรกิจสะดุด 3.Cost Impact : ต้นทุนในยุคพลังงานและค่าระวางสูง และ 4.Cyber & AI Risk : ป้องกันความเสี่ยง การใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมในยุคปัจจุบันเพื่อยกระดับมุมมองเชิงยุทธศาสตร์และเสริมเครื่องมือในการตัดสินใจให้ผู้ประกอบการให้สามารถอยู่รอดปรับตัวและสร้างความได้เปรียบในสภาพแวดล้อมที่มีความผันผวนสูง
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรม Workshop : Response Strategy : วางแผนธุรกิจอย่างไรให้อยู่รอด โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้จำลองสถานการณ์วิเคราะห์ความเสี่ยงและพัฒนาแนวทางการรับมือที่สอดคล้องกับบริบทธุรกิจของตนเองอย่างเป็นรูปธรรม
“ธุรกิจโลจิสติกส์ในวันนี้ ไม่ได้ตัดสินกันที่ว่าใครขนส่งได้ถูกที่สุดอีกต่อไป เพราะต้นทุนสามารถถูกแทนที่ได้เสมอ แต่ความสามารถในการรับมือกับความไม่แน่นอนต่างหากที่สร้างความได้เปรียบอย่างแท้จริง ประกอบกับสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางและวิกฤตสงครามที่ยืดเยื้อ จึงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและมีความผันผวนรายวัน ดังนั้น ผู้ชนะในเกมจึงไม่ใช่คนที่วิ่งเร็วที่สุดในวันที่ปกติ แต่คือ คนที่ยังคงวิ่งต่อได้ แม้ในวันที่โลกเปลี่ยนกติกา”นายพูนพงษ์กล่าว
ข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ณ วันที่ 31 มี.ค.2569) มีนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ (ยกเว้นธุรกิจขนส่งคนโดยสาร) จำนวน 37,737 ราย