xs
xsm
sm
md
lg

เริ่มแล้ว Meta ฟื้นยุทธศาสตร์ Stablecoin จ่ายครีเอเตอร์ผ่าน USDC นำร่องฟิลิปปินส์-โคลอมเบีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



Meta เปิดบริการ USDC Payouts ให้ครีเอเตอร์ในฟิลิปปินส์และโคลอมเบีย ตอกย้ำการหวนคืนสู่สมรภูมิ Stablecoin อย่างระมัดระวัง โดยระบบจ่ายตรงเข้าคริปโตวอลเล็ตบนบล็อกเชน Solana และ Polygon แต่ไม่มีฟังก์ชันแปลงกลับเป็นเงินเฟียตในตัว ขณะที่ Polygon เผยเตรียมขยายบริการสู่กว่า 160 ตลาด หวังใช้สินทรัพย์อิงดอลลาร์เป็นแต้มต่อเจาะกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ ซึ่งปี 2568 Facebook จ่ายผลตอบแทนครีเอเตอร์เกือบ 3,000 ล้านดอลลาร์ โต 35% สะท้อนศักยภาพการเปลี่ยนเกมด้วยการจ่าย Stablecoin โดยตรง

ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจากสหรัฐฯ อย่าง Meta เดินเกมสำคัญในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวบริการจ่ายค่าตอบแทนด้วย Stablecoin USDC แก่กลุ่มครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มของตนในประเทศฟิลิปปินส์และโคลอมเบีย พร้อมวางโรดแมปขยายขอบเขตไปยังอีกกว่า 160 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่ถูกจับตามองอย่างยิ่ง หลังบริษัทเคยเผชิญบทเรียนราคาแพงจากโครงการ Stablecoin ของตัวเองอย่าง Libra และ Diem ซึ่งต้องล่มสลายไปท่ามกลางแรงกดดันทางการกำกับดูแลเมื่อปี 2565

ภายใต้บริการใหม่นี้ ครีเอเตอร์ที่เข้าร่วมจะได้รับค่าตอบแทนโดยตรงเข้าสู่กระเป๋าคริปโตที่รองรับเครือข่าย Solana และ Polygon ในรูปของ USDC ซึ่งออกโดย Circle และเป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าผูกกับดอลลาร์สหรัฐแบบ 1:1

อย่างไรก็ตาม จุดที่นักวิเคราะห์มองว่ายังเป็นช่องว่างสำคัญคือ Meta ไม่มีฟีเจอร์แปลงสินทรัพย์ดิจิทัลกลับเป็นเงินเฟียตภายในแพลตฟอร์ม ครีเอเตอร์จึงจำเป็นต้องอาศัยตลาดซื้อขาย (Exchange) ภายนอกในการแปลง USDC เป็นสกุลเงินท้องถิ่นด้วยตนเอง นี่อาจเป็นข้อจำกัดที่ Meta จงใจเว้นไว้เพื่อหลีกเลี่ยงภาระด้านใบอนุญาตการเงินในแต่ละเขตอำนาจ

ขณะที่ฝั่ง Polygon ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า บริการดังกล่าวช่วยให้ครีเอเตอร์ได้รับ “การชำระบัญชีที่รวดเร็วขึ้น” ผ่าน USDC พร้อมทั้งสามารถเข้าถึง “สินทรัพย์ที่อ้างอิงค่าเงินดอลลาร์” ได้โดยตรง นับเป็นคุณค่าเชิงกลยุทธ์ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาซึ่งประชากรจำนวนมากยังขาดการเข้าถึงสกุลเงินแข็ง

ทั้งนี้ Polygon ยืนยันว่าขีดความสามารถนี้คือ “การยกระดับคุณภาพชีวิตของครีเอเตอร์อย่างเป็นรูปธรรม”

เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้มีตัวเลขมหาศาลรองรับ โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา Facebook เพียงแพลตฟอร์มเดียวก็จ่ายผลตอบแทนให้ครีเอเตอร์ซึ่งรวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ นักการศึกษา และผู้ให้ความบันเทิง ไปเกือบ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเติบโตขึ้นถึง 35% จากปีก่อนหน้า ตอกย้ำว่าเม็ดเงินในระบบ Creator Economy กำลังไหลทะลัก และ Stablecoin อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เข้ามาดิสรัปต์ระบบการจ่ายเงินข้ามพรมแดนแบบเดิมที่ล่าช้าและมีต้นทุนสูง

อย่างไรก็ตาม เมตายังคงรักษาความยืดหยุ่นในการดำเนินการ โดยระบุข้อสงวนสิทธิ์ว่า ในกรณีที่เกิดปัญหาทางเทคนิคหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน บริษัทสามารถเปลี่ยนไปใช้วิธีการจ่ายเงินทางเลือกอื่นได้ เงื่อนไขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าระบบการเงินบนบล็อกเชนที่ Meta วางไว้ยังอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างรัดกุม และไม่ได้ทิ้งร่องรอยของ “เสรีภาพเต็มรูปแบบ” เหมือนที่โลกคริปโตเคยฝันถึง


อย่างไรก็ตามกระแสการนำ Stablecoin มาใช้งานจริงกำลังทวีความเข้มข้น ลามีน บราฮิมิ (Lamine Brahimi) ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วนผู้จัดการของ Taurus แพลตฟอร์มรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล กล่าวกับ Cointelegraph ว่า สถาบันการเงินทั่วยุโรปกำลังเร่งคัดเลือกพันธมิตรโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้งาน Stablecoin อย่างแพร่หลาย สะท้อนแนวโน้มที่ภาคการเงินดั้งเดิมไม่อาจเพิกเฉยต่อสินทรัพย์ประเภทนี้ได้อีกต่อไป สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของ Visa ผู้ให้บริการชำระเงินยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งเพิ่มการรองรับการชำระ USDC บนเครือข่าย Polygon และ Base โดยมีปริมาณธุรกรรม Stablecoin ต่อปีพุ่งแตะระดับ 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านข้อมูลตลาดจาก DefiLlama ณ วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ระบุว่า USDC มีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่กว่า 77,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยังคงเป็น Stablecoin ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจาก USDT ของ Tether ซึ่งครองมูลค่าตลาดสูงถึง 189,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เวทีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเชิงเทคโนโลยี แต่คือสมรภูมิชิงส่วนแบ่งเม็ดเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ที่กำลังเคลื่อนย้ายเข้าสู่ระบบการเงินยุคใหม่

ย้อนกลับไปในปี 2562 Meta (ซึ่งขณะนั้นยังใช้ชื่อ Facebook) คือผู้เล่นรายแรกๆ ที่มองเห็นศักยภาพของ Stablecoin ผ่านโครงการ Libra ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Diem ทว่ากลับถูกต่อต้านอย่างหนักจากธนาคารกลางและหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก ด้วยประเด็นด้านความเป็นส่วนตัว การผูกขาด และความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน ก่อนจะประกาศยุติโครงการในเดือนมกราคม 2565 และขายทรัพย์สินทั้งหมดให้กับ Silvergate Capital Corporation การกลับมาลุย Stablecoin ในรูปแบบจ่ายตรงแก่ครีเอเตอร์ครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยสัญญาณของความระมัดระวัง แต่ในขณะเดียวกัน Meta ยังไม่ละทิ้งความฝันในการเป็นตัวกลางทางการเงินแห่งโลกอนาคต