“ศุภจี” สั่งลุยมาตรการรับมือฤดูกาลผลไม้เต็มสูบ ทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ เตรียมใช้งาน Thaifex-Anuga Asia 2026 โชว์ศักยภาพผลไม้ไทย จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในจีน ทั้งเมืองหลัก เมืองรอง เจาะตลาดใหม่เกาหลีใต้ อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้ง Thaitrade.com และ TOPTHAI ขายผลไม้ ตั้งเป้าปีนี้ส่งออก 1.79 แสนล้านบาท
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อรองรับฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออก โดยเฉพาะทุเรียนที่จะออกสู่ตลาดตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค.2569 เป็นต้นไป ต่อเนื่องจนถึงเดือน มิ.ย.2569 รวมถึงผลไม้ชนิดอื่น ๆ โดยให้เพิ่มความเข้มข้นในการทำตลาดต่างประเทศ ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อช่วยระบายผลผลิตผลไม้ ลดความเสี่ยงช่วงผลผลิตกระจุกตัว และช่วยพยุงเสถียรภาพราคา ดีกว่ารอให้เกิดภาวะล้นตลาดแล้วมาตามแก้ไขในภายหลัง
สำหรับมาตรการล่วงหน้าที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ได้แก่ การจัดเจรจาจับคู่ธุรกิจ สินค้าผลไม้สด แปรรูป และผลิตภัณฑ์เกษตร วันที่ 5 มี.ค.2569 เป็นการจัดให้มีการซื้อขายล่วงหน้าก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด โดยมีการจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาซื้อขายระหว่างผู้ส่งออกไทย 101 บริษัท ผู้นำเข้า 90 บริษัท จาก 18 ประเทศ เกิดมูลค่าการเจรจาการค้ารวม 3,120.51 ล้านบาท การจัดคณะผู้บริหารระดับสูงเยือนกรุงฮานอย จังหวัดหล่างเซิน เวียดนาม และเมืองฉงจั่ว เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างสีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 23–25 เม.ย.2569 เพื่อเตรียมการอำนวยความสะดวก และแก้ไขปัญหา อุปสรรคล่วงหน้า สำหรับฤดูกาลผลไม้ประจำปี 2569 ให้การขนส่งและกระจายสินค้าผ่านด่านชายแดนเวียดนามตอนเหนือไปยังจีนตอนใต้ได้อย่างคล่องตัวรวดเร็ว
ส่วนมาตรการที่จะดำเนินการในระยะถัดไป กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มจากการจัดงานแสดงสินค้า Thaifex-Anuga Asia 2026 เป็นงานแสดงสินค้าด้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วันที่ 26-30 พ.ค.2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยผลไม้สดและแปรรูป เป็นหนึ่งในสินค้าไฮไลต์ที่จะนำไปจัดแสดงในงาน
จากนั้น จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ใน 7 เมืองหลักของจีนในโครงการ Thai Tropical Fruits Golden Months ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ เซี่ยเหมิน หนานหนิง เฉิงตู ชิงเต่า กวางโจว และ คุนหมิง และจะเพิ่มการจัดงานใน 3 เมืองภาคตะวันตกของจีน ซึ่งเป็นตลาดใหม่ ได้แก่ นครหยินชวน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย เมืองยวี่ซี มณฑลยูนนาน เมืองอูรุมชี เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ และเมืองรองอื่น ๆ จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ เมืองหนานชาง มณฑลเจียงซี เมืองไป่เช่อ และเมืองหลิ่วโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เมืองฉางซา มณฑลหูหนาน เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน เมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง
ขณะเดียวกัน จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ในตลาดใหม่ที่มีโอกาส โดยร่วมกับห้างสรรพสินค้าในประเทศเกาหลีใต้ อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจัดการขายสินค้าผลไม้สดและแปรรูปออนไลน์ร่วมกับแพลตฟอร์มพันธมิตรทั่วโลกภายใต้ชื่อ Thaitrade.com และ TOPTHAI ได้แก่ Amazon (สหรัฐฯ) Tmall (จีน) PUPU (จีน) Rakuten (ญี่ปุ่น) Letstango (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) HKTVmall (ฮ่องกง) และ Bigbasket (อินเดีย)
“จากมาตรการและกิจกรรมดังกล่าวข้างต้น กระทรวงพาณิชย์มีเป้าหมายที่จะผลักดันการส่งออกผลไม้ของไทยในปี 2569 มูลค่า 179,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปี 2568 ที่ส่งออกได้มูลค่า 171,206 ล้านบาท โดยตลาดหลักของผลไม้ไทย ยังคงเป็นจีน ซึ่งเป็นตลาดที่กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญ และจะมีมาตรการในการสร้างการรับรู้ เพื่อกระตุ้นการบริโภคผลไม้ไทย และขยายตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่อง”นางศุภจีกล่าว