กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แถลงผลปฏิบัติการร่วมระหว่างตำรวจดูไบ เอฟบีไอ และกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน ทลายศูนย์หลอกลวงคริปโตอย่างน้อย 9 แห่ง จับกุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง 276 คน โดย 1 ในนั้นถูกจับโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย ผู้ต้องหา 6 รายถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน มีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี ด้าน Europol เผยปิดศูนย์หลอกลวงอีก 3 แห่งในติรานา แอลเบเนีย จับกุม 10 คน เครือข่ายมีพนักงานถึง 450 คน เหยื่อทั่วโลกสูญเงินกว่า 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตอกย้ำวิกฤตอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติที่ทวีความรุนแรง
การทลายเครือข่ายหลอกลวงคริปโตข้ามชาติระลอกใหญ่สะท้อนให้เห็นถึงปฏิบัติการเชิงรุกที่ไร้พรมแดนของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตำรวจดูไบนำกำลังเข้าทลายศูนย์หลอกลวงทางคริปโตอย่างน้อย 9 แห่ง พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 276 คน ภายใต้ปฏิบัติการร่วมระหว่างสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) และกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน โดยผู้ต้องหาอีก 1 รายถูกจับกุมโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย ยกระดับมิติความร่วมมือระหว่างประเทศครั้งนี้ให้เฉียบคมยิ่งขึ้น
จากผู้ต้องหาทั้งหมด มี 6 คนที่ถูกตั้งข้อหาในชั้นศาลสหรัฐฯ โดย 4 รายเป็นจำเลยที่ถูกควบคุมตัว และอีก 2 รายเป็นผู้ร่วมสมคบคิดที่ยังหลบหนี โดยทั้งหมดถูกฟ้องในข้อหาฉ้อโกงระดับสหพันธรัฐและการฟอกเงิน ณ ศาลสหพันธรัฐในนครซานดิเอโก โทษสูงสุดสำหรับแต่ละกระทงคือจำคุก 20 ปีพร้อมค่าปรับมหาศาล ตอกย้ำจุดยืนของสหรัฐฯ ที่จะจัดการเครือข่ายหลอกลวงข้ามชาติอย่างถึงราก
แอนดรูว์ ไทเซน ดูวา ผู้ช่วยอัยการสูงสุดสหรัฐฯ ระบุว่า “ข้อกล่าวหาและการจับกุมที่ประกาศในวันนี้สะท้อนถึงฉันทามติระหว่างประเทศว่า ศูนย์หลอกลวงเป็นสิ่งที่ไม่มีที่ใดในโลกต้อนรับ และต้องถูกถอนรากถอนโคน…ซึ่งในสังคมร่วมสมัย การฉ้อโกงนั้นไร้พรมแดน และการปฏิบัติการเพื่อปราบปรามและขจัดการฉ้อโกงก็ไร้พรมแดนเช่นกัน” ถ้อยแถลงนี้ย้ำถึงความจำเป็นในการปรับยุทธศาสตร์ด้านกฎหมายให้ก้าวทันอาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีหลอกลวงเป็นอาวุธ
เอฟบีไอรายงานเมื่อต้นเดือนนี้ว่า ความสูญเสียของชาวอเมริกันจากกลโกงที่เชื่อมโยงกับคริปโตและปัญญาประดิษฐ์ในปี พ.ศ. 2568 ทะลุหลัก 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 385,000 ล้านบาท) โดยกลโกงด้านการลงทุนถูกจัดอันดับว่าสร้างความเสียหายรุนแรงที่สุด ข้อมูลดังกล่าวเป็นฉากหลังสำคัญของปฏิบัติการทลายศูนย์หลอกลวงครั้งล่าสุดนี้
เครือข่ายผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย ทำงานให้กับบริษัทสามแห่งที่ดำเนินศูนย์หลอกลวง โดยสร้างแพลตฟอร์มลงทุนคริปโตปลอมขึ้นมาเพื่อลวงเหยื่อให้โอนเงินฝาก นักสืบเอฟบีไอระบุว่าได้ตรวจพบความเสียหายหลายล้านดอลลาร์ที่เกิดจากเครือข่ายอาชญากรรมนี้แล้ว
ขณะที่ มาร์ค เรมิลี เจ้าหน้าที่พิเศษผู้รับผิดชอบสำนักงานเอฟบีไอสาขาซานดิเอโก กล่าวว่า “คำฟ้องในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอฟบีไอในการระบุตัวตน ขัดขวาง และทลายศูนย์หลอกลวงระดับโลกที่ฉ้อโกงชาวอเมริกัน ไม่ว่าพวกเขาจะตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ที่ใด”
ด้าน Europol ยังได้ประกาศในวันเดียวกันถึงปฏิบัติการอีกจุดที่น่าจับตาไม่แพ้กัน เมื่อทางการออสเตรียและแอลเบเนียร่วมกับ Eurojust เข้าทลายศูนย์หลอกลวง 3 แห่งในกรุงติรานา ประเทศแอลเบเนีย จับกุมผู้ต้องหา 10 คน เหยื่อถูกล่อลวงผ่านแพลตฟอร์มลงทุนออนไลน์ที่ดูน่าเชื่อถือและโฆษณาชวนเชื่อในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อลงทะเบียนแล้วจะถูกจับคู่กับโบรกเกอร์ปลอมที่ใช้กลยุทธ์กดดันให้ลงทุน โดย Europol ประมาณการความเสียหายไว้มากกว่า 50 ล้านยูโร หรือราว 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) กระจายเป็นวงกว้างทั่วโลก
Europol ระบุอีกว่า “ขนาดและความเป็นมืออาชีพของเครือข่ายอาชญากรเห็นได้ชัดจากโครงสร้าง ซึ่งมีพนักงานมากถึง 450 คน กระจายตัวในหลายแผนก ทั้งฝ่ายจัดหาลูกค้าโดยเจ้าหน้าที่คอนเวอร์ชัน ฝ่ายบริการลูกค้าโดยเจ้าหน้าที่รักษาฐานลูกค้า นอกจากนี้ยังมีทีมงานเฉพาะด้าน ได้แก่ การจัดการ การเงิน เทคโนโลยีสารสนเทศ ทรัพยากรบุคคล และกิจกรรมสนับสนุนหลังบ้านอีกมากมาย” สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรหลอกลวงในโลกคริปโตมิใช่เพียงกลุ่มมิจฉาชีพชั่วคราว หากแต่เติบโตเป็นธุรกิจผิดกฎหมายเต็มรูปแบบที่ใช้ระบบการจัดการทันสมัยไม่ต่างจากองค์กรธุรกิจถูกกฎหมาย
อย่างไรก็ดีทั้งสองปฏิบัติการเชิงรุกในห้วงเวลาเดียวกันนี้ ตอกย้ำว่าอาชญากรรมทางการเงินในระบบนิเวศของคริปโตกำลังยกระดับจากปัญหาภายในประเทศไปสู่ภัยคุกคามระดับโลกที่ต้องอาศัยแรงประสานข้ามพรมแดนอย่างแนบแน่น การทลายศูนย์หลอกลวงทั้งในดูไบและแอลเบเนียคือหลักฐานชั้นดีว่ารัฐชาติกำลังสร้างพรมแดนใหม่ของการปราบปราม ซึ่งไม่ใช่พรมแดนทางภูมิศาสตร์ แต่เป็นแนวร่วมแห่งข้อมูล ข่าวกรอง และกฎหมายที่พร้อมบดขยี้เครือข่ายหลอกลวงไม่ว่าจะซ่อนตัวอยู่ในมุมใดของโลก