xs
xsm
sm
md
lg

เชอรี่เดินหน้าลุยตลาดโลก ชูต้นแบบ“โตโยต้า-เทสลา”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


Car V27 ของเชอรี่ในงานปักกิ่ง อินเตอร์เนชันแนล ออโตโมทีฟ เอ็กซิบิชัน 2026 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 เม.ย. ถึง 3 พ.ค.
เชอรี่เผยนำแรงบันดาลใจจากบริษัทรถสองแห่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ โตโยต้า และเทสลา มาปรับใช้ขณะที่บริษัทกำลังเดินหน้าขยายตลาดทั่วโลก เล็งเพิ่มกำลังผลิตในยุโรป รวมถึงเร่งเครื่องลุยตลาดอีวีแคนาดาเพื่อรองรับมาตรการภาษีศุลกากรพิเศษ พร้อมตั้งเป้าดันยอดขาย Omoda และ Jaecoo ให้ถึง 1 ล้านคันภายในปีหน้า

หยิน ถงเย่ ประธานกรรมการเชอรี่ ผู้ส่งออกรถรายใหญ่ที่สุดของจีน ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (27 เม.ย.) ว่า บริษัทกำลังพิจารณาเพิ่มกำลังผลิตในบาร์เซโลนา สเปน ที่บริษัทมีโครงการร่วมทุนอยู่แล้ว รวมทั้งเล็งหาโอกาสใหม่ๆ ในการใช้โรงงานผลิตร่วมกับบริษัทรถยุโรป

เชอรี่ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 ชื่อเดิมคือ Cheery โดยโปรโมทตัวเองเป็นแบรนด์รถราคาประหยัดที่ให้ความรู้สึกสดใสมีพลัง สำหรับตอนนี้หยินบอกว่า บริษัทมีโตโยต้าเป็นต้นแบบด้านคุณภาพ และเทสลาด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรม

เขาบอกว่า กลยุทธ์ของเชอรี่คือ TT หรือ โตโยต้า + เทสลา ซึ่งหมายถึงการผลิตรถที่มีทั้งคุณภาพเพื่อชนะใจลูกค้าในระยะยาว และเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อดึงดูดลูกค้ารุ่นใหม่

เชอรี่และคู่แข่งคือ บีวายดี และจีลี่ เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทรถจีนที่กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกด้วยอีวีไฮเทคในราคาที่ค่ายรถดั้งเดิมไม่สามารถสู้ได้

จากข้อมูลของอุตสาหกรรมรถจีน ปีที่ผ่านมา เชอรี่มียอดขาย 2.8 ล้านคัน เพิ่มขึ้นเกือบ 8% จากปี 2024 และตอนนี้กำลังสร้างแบรนด์ Ebro ในสเปน ภายใต้โครงการร่วมทุนกับผู้ผลิตท้องถิ่นในโรงงานเก่าของนิสสันที่เมืองบาร์เซโลนา

หยินบอกว่า ธุรกิจในสเปนตอนนี้ดีมาก และบริษัทต้องการขยายกำลังผลิตในบาร์เซโลนา รวมทั้งอาจใช้เป็นฐานส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่า การส่งรถจำนวนมากจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศไม่ใช่แนวทางที่ยั่งยืน แต่เชอรี่ต้องการเพิ่มการผลิตในท้องถิ่น และกำลังเล็งร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทรถอื่นๆ ในยุโรปเพื่อแชร์โรงงานผลิต

นอกจากนั้น โกลบัลไชน่าอีวียังรายงานว่า มีภาพรถเชอรี่หลายรุ่น ซึ่งรวมถึง EXEED Sterra ES (Exlantix ES) ซีดานไฟฟ้าขนาดใหญ่ วิ่งอยู่ในโทรอนโต ตอกย้ำว่า บริษัทรถอันดับ 3 ของจีนในแง่ยอดขายแห่งนี้กำลังเร่งเครื่องลุยตลาดแคนาดาก่อนกำหนดเดิมที่วางไว้ช่วงปลายปี

เชอรี่ยังเริ่มเปิดรับสมัครพนักงานประสบการณ์สูงในแคนาดาตั้งแต่ต้นปี และเป็นบริษัทรถจีน 1 ใน 3 แห่งที่รวมถึงบีวายดีและจีลี่ ที่ยืนยันเจตนารมณ์ในการบุกตลาดแคนาดาก่อนสิ้นปีนี้ รองรับข้อตกลงภาษีศุลกากรครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างจีนกับแคนาดาเมื่อเดือนมกราคม ซึ่งทางฝ่ายแคนาดาตกลงลดภาษีศุลกากรจาก 100% เหลือ 6.1% สำหรับอีวีที่ผลิตในจีนปีละ 49,000 คัน พร้อมเพิ่มโควตานำเข้าปีละ 6% เท่ากับว่า จีนสามารถส่งอีวีไปขายในแคนาดาด้วยอัตราภาษีศุลกากรพิเศษนี้ได้ถึง 70,000 คันในปี 2030

ยอดขายทั่วโลกของเชอรี่ในช่วงหลายปีมานี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ระหว่างปี 2020-2025 เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า กระนั้น เชอรี่ยังเป็นรองบีวายดีที่ปีที่แล้วทำยอดขายได้ถึง 4.6 ล้านคัน และขึ้นแท่นบริษัทรถอันดับ 5 ของโลกในแง่ยอดขาย

ปี 2023 เชอรี่เปิดตัวแบรนด์ระดับโลกใหม่ 2 แบรนด์คือ Omoda และ Jaecoo ที่กวาดยอดขายรวมกัน 380,000 คันในปีที่ผ่านมา และเชอรี่แจ้งกับพนักงาน ดีลเลอร์และซัปพลายเออร์ต่างประเทศราว 4,000 คนที่เข้ารวมงาน “อินเตอร์เนชันแนล บิสเนส ซัมมิต” ที่บริษัทจัดขึ้นที่เมืองอู๋หูเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วว่า บริษัทตั้งเป้าดันยอดขายสองแบรนด์นี้รวมกันให้ถึง 1 ล้านคันภายในปีหน้า

ทั้งนี้ เอสยูวี Jaecoo 7 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในหลายประเทศ และติดอันดับรถขายดีที่สุดในอังกฤษในเดือนมีนาคม

เอสยูวีภายใต้ซับแบรนด์ทั้งหมดของเชอรี่ทำยอดขายรวม 2.3 ล้านคัน จากยอดขายทั้งหมด 2.8 ล้านคันเมื่อปีที่แล้ว และตอนนี้บริษัทกำลังพัฒนารุ่นที่มีขนาดเล็กลงเพื่อเพิ่มไลน์อัพ และสะท้อนเป้าหมายระดับโลกของบริษัท เนื่องจากรถขนาดเล็กเป็นที่นิยมในยุโรปมากกว่าจีน

เช่นเดียวกับคู่แข่งรายอื่นๆ เชอรี่ต้องเผชิญสงครามราคาดุเดือดในประเทศ อย่างไรก็ตาม หยินเชื่อว่า อุตสาหกรรมรถจีนกำลังจะเข้าสู่การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่ควรเกิดขึ้นมานานแล้ว ซึ่งจะทำให้เหลือบริษัทรถที่แข็งแกร่งจริงๆ เพียงไม่กี่ราย จากกว่า 100 แบรนด์ในปัจจุบัน