xs
xsm
sm
md
lg

“ภัทรพงศ์”ถกหน่วยงาน”การบิน”กำชับพร้อมรับภาวะฉุกเฉิน เตือน”คำต้องห้าม”พูดในสนามบิน-เครื่องบิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"ภัทรพงศ์” ถกหน่วยงานการบิน วางกรอบทำงานร่วมกัน มุ่งยกระดับความปลอดภัย–เชื่อมโยงสนามบินภูมิภาค กำชับการบริหารภาวะฉุกเฉิน และให้บริการจราจรทางอากาศรองรับทุกสถานการณ์ ประชาสัมพันธ์ “คำต้องห้าม” และ “การกระทำสร้างความตื่นตระหนก”ทั้งในสนามบินและบนเครื่องบิน

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานด้านการบิน ที่กำกับดูแล เพื่อรับฟังการนำเสนอภารกิจและกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกัน โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จาก บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กรมท่าอากาศยาน (ทย.) และ บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด เข้าร่วม ว่า ปัจจุบันสถานการณ์ด้านการบิน โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีความตึงเครียด ส่งผลกระทบต่อเส้นทางบิน ต้นทุน และการบริหารจราจรทางอากาศ จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ พร้อมย้ำว่าการบริหารน่านฟ้าเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องคำนึงถึง เพราะเกี่ยวข้องทั้งมิติความมั่นคง ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร

นอกจากนี้ ยังเน้นการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการควบคุมจราจรทางอากาศ สนามบิน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมองว่าทุกหน่วยงานต้องทำงานเป็น “ทีมเดียวกัน” ตั้งแต่นโยบายจนถึงระดับปฏิบัติ

นายภัทรพงศ์ กล่าวถึงการพัฒนาสนามบินภูมิภาค ว่า สนามบินไม่ได้เป็นเพียงจุดขึ้น-ลงของเครื่องบิน แต่เป็น “ประตูของเมือง” ที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น ทั้งด้านการท่องเที่ยว การลงทุน และรายได้ของชุมชน จึงต้องเร่งพัฒนา Connectivity ทั้งทางอากาศและการเชื่อมโยงกับระบบขนส่งอื่นๆ

ทั้งนี้หากสามารถผลักดันนโยบายต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยยกระดับทั้งความปลอดภัยและประสิทธิภาพของระบบการบินของไทย พร้อมกับสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในระยะยาว


@ประชาสัมพันธ์เพิ่ม เตือนผู้โดยสาร “คำต้องห้าม”ผิดกฎหมายกระทบการบิน

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ผู้โดยสารกล่าวอ้างมีวัตถุอันตรายต้องห้ามในสัมภาระถือขึ้นเครื่องบนอากาศยานของสายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD 4401 เส้นทางกระบี่–สุวรรณภูมิ ส่งผลให้อากาศยานต้องกลับเข้าหลุมจอดและดำเนินการตามขั้นตอนด้านความปลอดภัยนั้น เรื่องนี้ได้มอบหมาย บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานในการกำกับดูแล ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการควบคุมจราจรทางอากาศตามภารกิจหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยยึดหลักความปลอดภัยเป็นสำคัญ และเน้นย้ำให้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพร้อมให้การสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือสายการบินกรณีฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยได้รับรายงานจากวิทยุการบินฯ ว่าสามารถบริหารจัดการเที่ยวบินตามมาตรการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่กำหนดไว้ และไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการให้บริการ นอกจากนี้ ได้มอบหมายเพิ่มเติมให้วิทยุการบินฯ เตรียมพร้อมรองรับทุกสถานการณ์ ทั้งในสถานการณ์ปกติที่เที่ยวบินเพิ่มสูงขึ้น และสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้โดยสารและอากาศยาน

พร้อมทั้งย้ำให้หน่วยงานการบิน รณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ทราบถึง “คำต้องห้าม” ในท่าอากาศยานและบนเครื่องบิน ซึ่งการกล่าวอ้างหรือกระทำการใดที่สร้างความตื่นตระหนกไม่ว่าจะด้วยเจตนาหรือหยอกล้อ ล้วนมีความผิดตามกฎหมาย และเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ดังนั้น ขอให้ผู้โดยสารมั่นใจได้ว่า การเดินทางทางอากาศยังคงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย อีกทั้งยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศอีกด้วย


นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า วิทยุการบินฯ ในฐานะหน่วยงานผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ ได้ปฏิบัติตามมาตรการและแนวทางการให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศ ตามแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ได้เตรียมพร้อมไว้

โดยวิทยุการบินฯ ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการสนับสนุนข้อมูลและการประสานงานแบบทันต่อเหตุการณ์เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือและบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วโดยให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกแก่สายการบินและผู้ใช้บริการควบคู่กับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ตามนโยบายจากกระทรวงคมนาคม ซึ่งสามารถบริหารจัดการเที่ยวบินและสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที และเกิดผลกระทบต่อภาพรวมการให้บริการจราจรทางอากาศน้อยที่สุด