หัวเว่ย (HUAWEI) จับมือ โรงพยาบาลชุมแพ ดึงเทคโนโลยี Telemedicine ถ่ายทอดสดการผ่าตัดกระดูกและข้อด้วยความละเอียดระดับ 4K แบบเรียลไทม์ พร้อมระบบสื่อสารสองทาง ทลายข้อจำกัดด้านพื้นที่ในห้องผ่าตัด เปิดทางแพทย์ประจำบ้านและบุคลากรทางการแพทย์เข้าถึงเคสซับซ้อนได้อย่างไร้รอยต่อ
ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช ประธานราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า โซลูชันของหัวเว่ยช่วยให้แพทย์สามารถเรียนรู้และมีส่วนร่วมกับการผ่าตัดที่ซับซ้อนได้แบบเรียลไทม์ ทั้งคมชัดและโต้ตอบได้จริง นี่ไม่ใช่เพียงโครงการทดลอง แต่เป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลสู่โรงพยาบาลทั่วประเทศได้
ความท้าทายสำคัญของการเรียนการสอนด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ คือข้อจำกัดด้านความปลอดภัยและการควบคุมการติดเชื้อในห้องผ่าตัด ทำให้เคสศึกษาที่มีความซับซ้อนมักจำกัดจำนวนผู้เข้าสังเกตการณ์ ส่งผลให้แพทย์รุ่นใหม่ขาดโอกาสในการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง
เพื่อแก้ปัญหานี้ โรงพยาบาลชุมแพ ซึ่งรับหน้าที่ดูแลประชาชนในพื้นที่โซนตะวันตกของจังหวัดขอนแก่น จึงได้ต่อยอดระบบ Telemedicine ที่เดิมใช้สำหรับเชื่อมโยงผู้ป่วยห่างไกลกับแพทย์เฉพาะทาง มาประยุกต์ใช้เพื่อการศึกษาทางการแพทย์อย่างเต็มรูปแบบ
ล่าสุดในโครงการ “Orthopaedics for the Nation” ซึ่งจัดร่วมกับราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2568 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โรงพยาบาลชุมแพได้นำโซลูชัน Telemedicine จากหัวเว่ย เข้ามาเป็นแกนหลักในการถ่ายทอดสดการผ่าตัดเคสซับซ้อน
โดยชูจุดเด่นด้านเทคโนโลยีที่เข้ามาพลิกโฉมการเรียนการสอน ทั้งเรื่องภาพความคมชัดระดับ 4K และ H.265 Dual-stream ส่งสัญญาณภาพและเสียงผ่านกล้องความละเอียดสูง พร้อมเทคโนโลยีการเข้ารหัสขั้นสูง ทำให้ผู้เรียนสามารถสังเกตเห็นรายละเอียดทุกขั้นตอนของการผ่าตัดได้อย่างคมชัด
รองรับระบบสื่อสารสองทางที่ทำงานแบบเรียลไทม์ เปิดโอกาสให้แพทย์ประจำบ้านสามารถสอบถามและโต้ตอบกับศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดได้ทันที มอบประสบการณ์การเรียนรู้ที่เสมือนยืนอยู่ในห้องผ่าตัดจริง สามารถเชื่อมต่อและกระจายสัญญาณไปยังห้องเรียนหลายจุดพร้อมกัน โดยรักษาเสถียรภาพของสัญญาณได้อย่างต่อเนื่อง ไร้ข้อจำกัดเรื่องสถานที่
การบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับระบบสาธารณสุขของโครงการนี้ สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมสามารถลดช่องว่างและลบเส้นแบ่งระหว่าง "ห้องผ่าตัด" และ "ห้องเรียน" ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนับเป็นโมเดลต้นแบบที่สำคัญในการวางรากฐานเพื่อยกระดับระบบการศึกษาทางการแพทย์ของไทย โดยเฉพาะการกระจายองค์ความรู้ที่ซับซ้อนสู่โรงพยาบาลในระดับภูมิภาคต่อไปในอนาคต