บริษัทจีนขนรถและเทคโนโลยีล่าสุด ทั้งการขับขี่อัจฉริยะ ระบบชาร์จเร็วพิเศษ และอีกมากมาย ร่วมประชันในงานปักกิ่ง อินเตอร์เนชันแนล ออโตโมทีฟ เอ็กซิบิชัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการกำหนดทิศทางเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัยของโลก
ในงานปักกิ่ง อินเตอร์เนชันแนล ออโตโมทีฟ เอ็กซิบิชัน (ออโต้ ไชน่า) ที่จัดขึ้นทุก 2 ปี ซึ่งในปีนี้เปิดให้สื่อมวลชนเข้าชมตั้งแต่วันศุกร์ (24 เม.ย.) และจะสิ้นสุดวันที่ 3 พ.ค.นั้น มีรถกว่า 1,450 คันจัดแสดง ซึ่งรวมถึงรถ 181 รุ่นที่ใช้เวทีนี้เปิดตัวในระดับโลก
ขับขี่อัจฉริยะ-ชาร์จเร็วพิเศษ
หนึ่งในพระเอกที่บูธเอ็กซ์เผิงคือ GX รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นเอสยูวี 6 ที่นั่ง พร้อมเทคโนโลยี AI และเป้าหมายในการจับตลาดรถไฟฟ้าหรู
เหอ เสี่ยวเผิง ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเอ็กซ์เผิง เผยว่า ปีนี้บริษัทจะเปิดตัวหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ตามด้วยรถบินได้ที่ขณะนี้กวาดออร์เดอร์แล้วกว่า 7,000 คัน ส่วนใหญ่อยู่ในจีน ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างยื่นเรื่องขออนุมัติจากคณะกรรมการกำกับดูแลด้านการบินในประเทศ
ไบรอัน กู ประธานเอ็กซ์เผิง เสริมว่า บริษัทมีแผนเริ่มทดสอบโรโบแท็กซี่ในเมืองกวางโจวภายในปีนี้ ก่อนขยับขยายไปทดสอบร่วมกับพันธมิตรทั่วโลกในปีหน้า
ทางด้านบีวายดี ผู้ผลิตอีวีใหญ่ที่สุดของจีน โชว์แบตเตอรี่ Blade ระบบชาร์จเร็วรุ่นใหม่ที่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมีนาคม และสามารถชาร์จแบตเตอรี่จนเกือบเต็มภายใน 9 นาที รวมทั้งยังโชว์การชาร์จภายใต้อุณหภูมิติดลบ 30 องศาเซลเซียส
อี้จิง โครงการร่วมทุนระหว่างตงเฟิง มอเตอร์ คอร์ป บริษัทรถยักษ์ใหญ่ กับหัวเว่ย ผู้นำด้านเทคโนโลยี นำ X9 เอสยูวี 6 ที่นั่งรุ่นเรือธงมาโชว์
หวัง จุนจิน ซีอีโออี้จิง เผยว่า X9 มาพร้อมเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ล่าสุด อาทิ ระบบขับขี่อัจฉริยะ เฉียนคุน รวมถึงห้องโดยสารและระบบปฏิบัติการ HarmonyOS ที่พัฒนาโดยหัวเว่ย
นอกจากนั้น ก่อนที่งานแสดงรถยนต์ใหญ่ที่สุดของโลกงานนี้จะเริ่มต้นขึ้น CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่ของจีนได้เปิดตัวแบตเตอรี่เซินซิงเวอร์ชันใหม่ที่สามารถชาร์จจาก 10-98% ภายใน 6 นาทีครึ่งเมื่อวันอังคาร (21 เม.ย.)
ก้าวล้ำนำห่าง
Tu Le กรรมการผู้จัดการบริษัทที่ปรึกษา ซิโน ออโต้ อินไซต์ ชี้ว่า ออโต้ ไชน่าสะท้อนความเร็วและความก้าวหน้าของบริษัทรถจีน และตอกย้ำว่า จีนกำลังกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมอีวี แบตเตอรี่ และการขับขี่อัจฉริยะ
คริส หลิว นักวิเคราะห์อาวุโสของกลุ่มกิจการวิจัยและที่ปรึกษา ออมเดีย ขานรับว่า จีนกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่เคลื่อนไหวเร็วที่สุดในการปรับใช้และพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ๆ และนำเสนอการเข้าถึงฟีเจอร์ล้ำสมัยที่สุดแก่ลูกค้าอย่างรวดเร็ว
จีนก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกรถอันดับ 1 ของโลกจากความได้เปรียบด้านต้นทุนจากการผลิตจำนวนมาก ตลอดจนถึงมาตรการอุดหนุนขนาดใหญ่ของรัฐบาลที่ช่วยให้ผู้ผลิตขยายกิจการและเปิดตัวรถรวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ เร็วกว่าคู่แข่งต่างชาติ
อย่างไรก็ตาม บริษัทรถจีนต้องเผชิญความกดดันหนักหน่วงจากสงครามราคาที่เดือดจัด กระทั่งเมื่อปีที่แล้วรัฐบาลต้องออกมาเรียกร้องให้มีการติดตามตรวจสอบราคาอีวีเข้มงวดขึ้น ควบคู่กับการปรับปรุงการกำกับดูแลการแข่งขันในระยะยาว และมาปีนี้ปักกิ่งยังปรับลดมาตรการส่งเสริมการซื้ออีวีและปลั๊ก-อินไฮบริด ซึ่งส่งผลต่อดีมานด์ภายในประเทศอย่างชัดเจน
รายงานของบริษัทที่ปรึกษา เอลิกซ์พาร์ตเนอร์ ที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วชี้ว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ราคารถในจีนดิ่งลง 20%
ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีนระบุว่า ยอดขายรถยนต์นั่งในประเทศในไตรมาสแรกลดลง 23% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้วอยู่ที่ราว 4 ล้านคัน แต่ยอดส่งออกพุ่งขึ้น 63% เป็นเกือบ 2 ล้านคัน ขณะที่รถจีนบุกหนักทั้งในยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และละตินอเมริกา สำหรับตลอดปีนี้คาดว่า ยอดส่งออกรถโดยรวมจะขยายตัว 4% เป็น 7.4 ล้านคัน
ขณะที่ออมเดียคาดการณ์ว่า ยอดส่งออกรถยนต์นั่งของจีนปีนี้จะขยายตัว 14% เทียบกับปี 2025
หลิวจากออมเดียคาดว่า ในระยะสั้นบริษัทรถจีนอาจส่งออกเทคโนโลยีใหม่ได้เพียงจำกัด เนื่องจากความท้าทายด้านกฎระเบียบและความปลอดภัย กระนั้น เขาสำทับว่า เทคโนโลยีของจีนมีศักยภาพในการปรับแต่งเพื่อให้เหมาะสมสำหรับตลาดทั่วโลกในอนาคต
ปรับแผนตั้งรง.นอกประเทศ
บริษัทรถต่างชาติบางแห่งกำลังพยายามทวงคืนส่วนแบ่งตลาดในจีน ตัวอย่างเช่นเมื่อวันอังคาร โฟล์คสวาเกน กรุ๊ปจากเยอรมนี ประกาศแผนติดตั้ง agentic AI ในรถทุกคันที่ขายในจีน รวมทั้งเปิดตัวอีวีใหม่หลายรุ่น
บริษัทรถต่างชาติยังหันมาร่วมมือกับผู้เล่นท้องถิ่นมากขึ้นเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
BMW จับมือ CATL ขณะที่อาวดี้ใช้ระบบช่วยขับขี่ของหัวเว่ย และโฟล์คสวาเกนร่วมพัฒนารถกับเอ็กซ์เผิง
อย่างไรก็ตาม แอนเดรียส์ เรดิกส์ กรรมการผู้จัดการแบร์ริลส์ บาย เอลิกซ์พาร์ตเนอร์ บริษัทที่ปรึกษาด้านยานยนต์ชั้นนำ มองว่า มีแนวโน้มสูงที่ค่ายรถต่างชาติจะไม่สามารถฟื้นส่วนแบ่งตลาดกลับสู่ระดับที่เคยเป็นมาในอดีต
ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาจากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นและความสามารถในการทำกำไรในตลาดต่างแดนที่สูงกว่าในบ้านเกิด บริษัทรถจีนกำลังเปลี่ยนแผนจากการส่งออกรถเป็นการสร้างโรงงานผลิตนอกประเทศ ซึ่งรวมถึงฮังการีและตุรกี เพื่อเพิ่มซัปพลายนอกประเทศและหลีกเลี่ยงอุปสรรคทางการค้า
เอลิกซ์พาร์ตเนอร์ประเมินว่า บริษัทรถจีนมีแนวโน้มเพิ่มการผลิตในต่างแดนเกือบ 3 เท่าภายในปี 2030 เป็น 3.4 ล้านคัน จาก 1.2 ล้านคันในปีที่ผ่านมา