xs
xsm
sm
md
lg

“สุดซอย”ตรวจขยายผลคลังน้ำมันอ่างทอง เผยไม่รายงานเข้า/ออกน้ำมัน-ข้อมูลปริมาณคลาดเคลื่อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“เอกนัฏ” ส่งสุดซอยบุกขยายผลตรวจสอบคลังน้ำมันอ่างทอง หลัง DSI รับเป็นคดีพิเศษ โดยตรวจพบไม่ได้รายงานข้อมูลการรับเข้าและส่งออกน้ำมันในช่วงวันที่ 22 – 26 มีนาคม 2569 และความคลาดเคลื่อนของข้อมูลปริมาณน้ำมัน เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าได้มอบหมายชุดสุดซอยกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง หลังพบความผิดปกติไม่รายงานเอกสารรับส่งน้ำมัน และปริมาณน้ำมันดีเซลภายในคลังที่ลดลงไม่สอดคล้องกับยอดขาย


เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อการปฏิรูปพลังงาน นำทีมชุดสุดซอยกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 คลังน้ำมันของ บริษัททริลเลียนออยล์จำกัด

ล่าสุดจากการลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบว่า บริษัทดังกล่าวไม่ได้รายงานข้อมูลการรับเข้าและส่งออกน้ำมันในช่วงวันที่ 22 – 26 มีนาคม 2569 สันนิษฐานว่าขัดต่อคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 ที่ออกตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ที่กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ต้องรายงานภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน

นอกจากนี้ ยังพบความคลาดเคลื่อนของข้อมูลปริมาณน้ำมัน โดยปริมาณที่รายงานในวันที่ 27 มีนาคม 2569ไม่สอดคล้องกับข้อมูล ณ วันที่ 26 มีนาคม 2569 และยังมีปริมาณน้ำมันภายในคลังที่ลดลงโดยไม่สอดคล้องกับยอดขาย ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 8 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน ที่กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 22 เมษายนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด เป็นคดีพิเศษในข้อกล่าวหา ร่วมกันเป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ตามมาตรา 10 กระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง อย่างหนึ่งอย่างใด อันทำให้ลักษณะหรือคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงแตกต่างไปจากที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด" ซึ่งการจำหน่ายน้ำมันคุณภาพต่ำ/ปลอมปน (ปริมาณเกิน 200 ลิตรขึ้นไป) มีความผิดตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง โทษจำคุกสูงสุด 5 ปี หรือปรับสูงสุด 5 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ


น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า ตามนโยบายรมว.พลังงาน สั่งตรวจสอบเครือข่ายลักลอบกักตุนเกร็งกำไร ปลอมปนน้ำมันทั้งหมด ซึ่งสร้างความเสียหายและความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง โดยชุดสุดซอยจะประสานความร่วมมือบังคับใช้กฎหมายร่วมกันทั้งในส่วนของกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า รวบรวมข้อมูลและหลักฐานทั้งหมดส่งให้ DSI ดำเนินคดีทั้งเครือข่ายให้ครบทุกมิติ

ด้านนายวุฒิทัต ตันติเวสส เป็นรองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ทางกรมได้ตรวจดูข้อมูลตัวเลขที่ผู้ค้าน้ำมันรายงานมารายวัน และพบเห็นตัวเลขความผิดปกติของบริษัทฯแห่งนี้ ซึ่งการรายงานดังกล่าวเป็นหน้าที่ของผู้ค้าน้ำมันที่ต้องรายงานทุกวัน ตามคำสั่งนายกฯ ที่ 3/2569 โดยกรมฯอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป