xs
xsm
sm
md
lg

“เอสซีลอร์ลูซอตติกา”รุกตลาดไทย เปิดศูนย์ R&D ด้านสายตาแห่งใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เอสซีลอร์ลูซอตติกา (EssilorLuxottica) ประกาศเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ในย่านลาดกระบังอย่างเป็นทางการ เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการผลักดันขีดจำกัดของนวัตกรรมด้านการดูแลสายตาให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น


ศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งนี้ ตั้งอยู่ใกล้กับฐานการผลิตหลักของกลุ่มบริษัท บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร และจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ด้านวัสดุเลนส์สายตา และเทคโนโลยีการผลิต ครอบคลุมการดำเนินงานในทุกขั้นตอนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยวัสดุขั้นสูง ไปจนถึงการพัฒนากระบวนการผลิตในระดับอุตสาหกรรม

ศูนย์แห่งนี้ประกอบด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คน ทั้งนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และช่างเทคนิค มุ่งขับเคลื่อนการวิจัยเกี่ยวกับวัสดุและสูตรเลนส์ออปติกแบบใหม่ เพื่อยกระดับวามยั่งยืนของเลนส์ พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของ เอสซีลอร์ลูซอตติกา (EssilorLuxottica) ในการส่งมอบประสบการณ์การ มองเห็นที่เหนือกว่า ควบคู่ไปกับแนวทางด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัท อีกทั้งยังมีบทบาทในการขับเคลื่อนนวัตกรรมระดับแนวหน้าในด้านเทคโนโลยีการผลิตและกระบวนการผลิตเลนส์ขั้นสูง

ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งในธุรกิจเลนส์สายตา ศูนย์วิจัยและพัฒนาในประเทศไทยจะมีบทบาทสำคัญในการต่อยอดสู่โอกาสใหม่ในเทคโนโลยีสวมใส่อัจฉริยะแห่งอนาคตและเทคโนโลยีทางการแพทย์ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านวัสดุออปติคขั้นสูงและการผลิตที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพลิกโฉมวิธีการมองเห็นและการมีปฏิสัมพันธ์กับโลกให้กับผู้คน


ดาวิเด้ สกีเนติ (Davide Schinetti) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เอสซีลอร์ลูซอตติกา (EssilorLuxottica) กล่าวว่า “ศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งใหม่นี้จะช่วยยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างงานวิจัยและการผลิต ทำให้สามารถนำงานวิจัยไปต่อยอดสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้รวดเร็วขึ้น พร้อมยกระดับประสิทธิภาพและการผลิตอย่างยั่งยืน ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค โดยการเสริมความแข็งแกร่งด้านวิทยาศาสตร์และการผลิตของกลุ่มบริษัท เรากำลังเร่งพัฒนานวัตกรรมและต่อยอดสู่โซลูชันด้านการมองเห็นแห่งอนาคต”

ศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งนี้ประกอบด้วยห้องปฏิบัติการขั้นสูงที่ผสมผสานเข้ากับระบบการพัฒนาในระดับอุตสาหกรรม เพื่อเร่งพัฒนาและขยายศักยภาพของวัสดุใหม่ ๆ ที่ใช้ทำเลนส์ วัตถุดิบตั้งต้น รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตใหม่ ๆ ให้สามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยย่นระยะเวลา การพัฒนาและผลักดันนวัตกรรมสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


เปียร์ เฟอร์ม็องแต็ง (Pierre Fromentin) หัวหน้าฝ่าย Chemicals & Materials Technology ประจำศูนย์วิจัยและพัฒนา เอสซีลอร์ลูซอตติกา (EssilorLuxottica) ลาดกระบัง กล่าวเสริมว่า “ศูนย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อยกระดับขีดความสามารถของวัสดุและโครงสร้างเลนส์ให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเร่งผลักดันเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการสู่การผลิต เราสามารถพัฒนาเลนส์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างเฉพาะเจาะจง พร้อมทั้งยกระดับประสิทธิภาพและความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

ความยั่งยืนถูกผสานให้เป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งนี้ โดยศูนย์นี้ตั้งเป้าให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลกสำหรับการออกแบบ การก่อสร้างและการบริหารจัดการอาคารที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมติดตั้งระบบบริหารจัดการอากาศขั้นสูง เพื่อลดการปล่อยก๊าซ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ EssilorLuxottica ในการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน


เอสซีลอร์ลูซอตติกา (EssilorLuxottica) คือ ผู้นำระดับโลกด้านการออกแบบ การผลิต และการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสายตาขั้นสูง แว่นตา และโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ โดยกลุ่มบริษัทเป็นเจ้าของนวัตกรรมเลนส์ชั้นนำระดับโลก อาทิ Varilux, Stellest และ Transitions รวมถึง แบรนด์ไอคอนิกอย่าง Ray-Ban, Oakley และ Supreme ตลอดจนผลิตภัณฑ์แว่นตาอัจฉริยะที่ได้รับความนิยม เช่น Ray-Ban Meta, Oakley Meta Vanguard และ Nuance Audio รวมถึงแบรนด์ลักชัวรีภายใต้ลิขสิทธิ์ และเครือข่ายร้านค้าปลีกชั้นนำระดับโลก อาทิ Sunglass Hut, LensCrafters, Vision Express และ Apollo

ด้วยพนักงานกว่า 200,000 คน ครอบคลุมกว่า 150 ประเทศ และมีฐานการดำเนินงานกว่า 600 แห่ง ให้บริการแก่ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตากว่า 300,000 ราย พร้อมเครือข่ายร้านค้ากว่า 18,000 แห่งทั่วโลก กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 28.5 พันล้านยูโรในปี 2568