xs
xsm
sm
md
lg

อุซเบกิสถาน ชูนโยบายหนุนเมืองคริปโต ออกเงื่อนไขเว้นภาษี 10 ปี ปั้น “Besqala Mining Valley” ชิงฐานขุดระดับอุตสาหกรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



อุซเบกิสถานเดินหน้ารุกเศรษฐกิจดิจิทัลครั้งใหญ่ เปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษเหมืองคริปโตพร้อมสิทธิยกเว้นภาษีเต็มรูปแบบ 10 ปี หวังดึงผู้เล่นระดับโลกย้ายฐานขุด ท่ามกลางการแข่งขันด้านพลังงานและนโยบายที่เข้มข้นขึ้นทั่วโลก โมเดลใหม่นี้ไม่ใช่เพียงแรงจูงใจทางภาษี แต่เป็นการ “รีแบรนด์ประเทศ” สู่ศูนย์กลางแฮชเรต ชุมชนคริปโตตั้งคำถามโครงสร้างพลังงานจะรองรับได้จริงหรือไม่ และใครจะเป็นรายแรกที่กล้าเดิมพัน

อุซเบกิสถานกำลังส่งสัญญาณเชิงรุกสู่ตลาดคริปโตโลก ด้วยการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษสำหรับเหมืองคริปโต พร้อมเสนอแพ็กเกจจูงใจที่ยากจะมองข้าม ด้วยการยกเว้นภาษีเต็มรูปแบบนาน 10 ปี ครอบคลุมทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีทรัพย์สิน และภาษีที่ดิน

มาตรการดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับของ National Agency for Perspective Projects (NAPP) โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ผู้ประกอบการต้องดำเนินงานภายใต้กรอบพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก สะท้อนความพยายามสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของอุตสาหกรรมคริปโตกับแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม

จุดเปลี่ยนเชิงนโยบายเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อประธานาธิบดี ชัฟกัต มีร์ซิโยเยฟ ลงนามในกฤษฎีกาเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 และมีผลบังคับใช้วันที่ 20 เมษายน จัดตั้ง “Besqala Mining Valley” ในเขตสาธารณรัฐคารากัลปักสถาน

อย่างไรก็ดีนี่ไม่ใช่โครงการนำร่อง หากแต่เป็นการ “วางตำแหน่งใหม่เชิงโครงสร้าง” ของประเทศ เพื่อก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเหมืองคริปโตระดับอุตสาหกรรมของโลก โดยมุ่งเป้าไปที่การดึงดูดกำลังขุดหรือแฮชเรตขนาดใหญ่

จังหวะของนโยบายนี้สอดรับกับทิศทางตลาดโลกที่ผู้ประกอบการเหมืองกำลัง “ย้ายฐาน” อย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาพื้นที่ที่มีเสถียรภาพด้านภาษีและต้นทุนพลังงานต่ำ คำถามที่อุตสาหกรรมกำลังจับตาไม่ใช่เพียงความคุ้มค่าของสิทธิประโยชน์ แต่รวมถึงศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอุซเบกิสถานว่าจะรองรับดีมานด์มหาศาลได้หรือไม่

ในเชิงรายละเอียด NAPP ได้กำหนดเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการไว้อย่างชัดเจน นิติบุคคลที่ผ่านการอนุมัติจะได้รับสถานะผู้พำนักในเขตพิเศษ สามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานที่รัฐรับรอง และมีสิทธิจำหน่ายสินทรัพย์คริปโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ด้านพลังงาน รัฐบาลได้ผ่อนคลายข้อจำกัดเดิมจากปี 2566 ที่บังคับใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียว มาเป็นการเปิดรับแหล่งพลังงานที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งพลังงานหมุนเวียนรูปแบบอื่น โรงงานไฮโดรเจน และไฟฟ้าจากโครงข่ายหลัก นับเป็นการเพิ่ม “ความยืดหยุ่นเชิงปฏิบัติ” ให้ผู้ประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่ยังคงอยู่คือ ค่าธรรมเนียมรายเดือน 1% ของรายได้จากการขุด ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายประจำเพียงรายการเดียว นอกเหนือจากต้นทุนการดำเนินงานทั่วไป

อีกหนึ่งกลไกที่สะท้อนความพยายามควบคุมความเสี่ยงของรัฐ คือข้อกำหนดให้รายได้จากธุรกรรมทั้งหมด ไม่ว่าจะขายในประเทศหรือต่างประเทศ ต้องผ่านระบบธนาคารของอุซเบกิสถาน กลไกนี้ช่วยให้ภาครัฐสามารถติดตามกระแสเงินทุนได้อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันยังคงเปิดกว้างต่อการดำเนินธุรกิจ

การเลือก “คารากัลปักสถาน” เป็นที่ตั้ง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ พื้นที่ดังกล่าวเผชิญปัญหาความยากจนสูงและมีฐานอุตสาหกรรมจำกัด โดยรายงานของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติในปี 2568 เคยระบุให้เป็นพื้นที่ที่ต้องการการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน

ขณะที่ในเชิงภูมิศาสตร์ เขตดังกล่าวตั้งอยู่ติดกับคาซัคสถาน เพิ่มศักยภาพเชื่อมโยงโครงข่ายพลังงานระดับภูมิภาค ขณะที่รัฐบาลประกาศแผนปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้า รองรับกำลังการผลิตถึง 1 กิกะวัตต์ เพื่อรองรับการดำเนินงานของเหมืองในอนาคต

อย่างไรก็ดี ความชัดเจนของกรอบกฎหมายยังอยู่ในช่วงเร่งรัด โดยหน่วยงานรัฐมีเวลาเพียง 2 เดือนนับจากวันที่ 20 เมษายน 2569 ในการปรับแก้ประมวลกฎหมายภาษีให้สอดรับกับนโยบายใหม่ นับเป็น “เส้นตาย” ที่จะชี้วัดความพร้อมเชิงระบบของประเทศ

ทั้งนี้ในภาพใหญ่ อุซเบกิสถานกำลังเดิมพันครั้งสำคัญบนกระดานคริปโตโลก ด้วยการใช้ “ภาษี” และ “พลังงาน” เป็นเครื่องมือดึงดูดทุน หากดำเนินการได้ตามแผน ประเทศอาจก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเหมืองคริปโตแห่งใหม่ แต่หากโครงสร้างพื้นฐานไม่ทันเกม แรงจูงใจที่ทรงพลังก็อาจกลายเป็นเพียง “สัญญาที่ไปไม่ถึงฝั่ง” ได้เช่นกัน