“พิพัฒน์” ถกร่วม”พาณิชย์ -การบินไทย”ผลักดันขนส่ง”กลุ่มสัตว์สวยงาม -กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยทางการแพทย์” ที่มีมูลค่าสูง ผ่านคาร์โก้ สร้างโอกาสการส่งออกสินค้าในช่วงวิกฤตโลกผันผวน
วันนี้ (24 เมษายน 2569) ที่กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมหารือ ร่วมกับ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เรื่อง “การส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทยด้วยสายการบินไทย” เพื่อให้เป็นโอกาสในการส่งออกสินค้าทางอากาศ (Air Cargo) และเพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการไทยสู้ศึกเศรษฐกิจโลก
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่มุ่งเน้นแนวคิด “ไทยช่วยไทย” โดยกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่เป็นคนกลางประสานความต้องการของผู้ส่งออก และศักยภาพของสายการบินแห่งชาติ จนนำไปสู่การทำความเข้าใจ เรื่องการขนส่งสินค้ามูลค่าสูงใน 2 กลุ่มหลัก ที่จะสร้างเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ประเทศ ได้แก่ กลุ่มสัตว์สวยงาม โดยเป้าหมายการส่งออกตลาดอาเซียน ซึ่งจากการนำเสนอของกระทรวงพาณิชย์ที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยต้องพึ่งพาสายการบินเพื่อนบ้านในการส่งออกสัตว์มีชีวิตมูลค่าสูง เนื่องจากติดข้อจำกัดบางประการ เช่น ไก่ชน แต่จากผลการหารือล่าสุด การบินไทยได้ตอบรับการเป็นผู้ขนส่งสัตว์สวยงามและสัตว์ประกวดได้
ซึ่งสัตว์ในกลุ่มนี้ เช่น ไก่พื้นเมือง/ไก่ประกวด ปลาสวยงาม (เช่น ปลากัด) นกเขาชวา และนกกรงหัวจุก (นกปรอด) ได้รับความนิยมอย่างมาก ในประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่นำไปเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์หรือใช้ในการแข่งขันประชันเสียงร้อง มีมูลค่าสูงตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาทต่อตัว ขณะที่การขนส่งทางอากาศจะเป็นการขนส่งเฉพาะ สัตว์ต้องถึงที่หมายในเวลาที่เหมาะสม มีการจัดพื้นที่พิเศษบนเครื่องบิน และต้องผ่านการฉีดวัคซีนและผ่านด่านกักกันสัตว์อย่างถูกต้อง 100% จึงมั่นใจได้ในเรื่องการปลอดโรคระบาดและสวัสดิภาพสัตว์
2. กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยทางการแพทย์ ทางรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้ร่วมผลักดันและคลายข้อสงสัยกรณีที่ผ่านมา การบินไทยมีข้อจำกัดในการรับขนส่งผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยทางการแพทย์ไปยังบางประเทศ ในขณะที่สายการบินอื่นรับดำเนินการ โดยหารือร่วมกันอย่างใกล้ชิด ล่าสุดการบินไทยตกลงรับดำเนินการขนส่งสมุนไพรทางการแพทย์ของไทยสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกสูง หลายพันล้านบาทต่อปี การปลดล็อกครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการและผลักดันให้อุตสาหกรรมการแพทย์และสมุนไพรไทยเติบโตในเวทีโลกได้
“ กระทรวงคมนาคม เป็นคนกลางในการประสานทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการและเจ้ากระทรวง รวมถึงสำนักนายกรัฐมนตรีให้ได้มาคุยกัน ซึ่งบทสรุปในวันนี้เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ “การบินไทย” ยินดีรับดำเนินการขนส่งให้ทั้ง 2 ส่วน การขับเคลื่อนภารกิจนี้เป็นวาระของประเทศที่จะช่วยดึงเม็ดเงินจากต่างชาติมาสู่เกษตรกร ผู้เพาะเลี้ยง และผู้ประกอบการชาวไทยโดยตรง พร้อม ๆ กับการสร้างความเข้มแข็งให้สายการบินแห่งชาติอย่างยั่งยืน”