กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเปิดฉากยึดอายัดสินทรัพย์คริปโตฯ มูลค่ากว่า 701 ล้านดอลลาร์ ผ่านปฏิบัติการ Scam Center Strike Force ครั้งใหญ่ พร้อมปิดเว็บไซต์ลวงลงทุนปลอมอีกกว่า 503 แห่ง และยึดช่องทาง Telegram ที่ใช้ดักดูดแรงงานบริสุทธิ์เข้ากับดักในกัมพูชา ขณะที่ปฏิบัติการขยายวงถึงพม่า ออกหมายจับชาวจีนสองรายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการเครือข่ายฉ้อโกงในเขตกองกำลัง Karen สิงคโปร์เดินหน้าคู่ขนาน ตัดวงจรความเสียหายได้กว่า 100 ล้านบาท ด้าน FBI ชี้ความเสียหายจากอาชญากรรมไซเบอร์ทั่วสหรัฐพุ่งแตะ 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในรอบปีที่ผ่านมา
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DOJ) เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ปฏิบัติการของ Scam Center Strike Force สามารถอายัดสินทรัพย์คริปโทเคอร์เรนซีที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายหลอกลวงการลงทุนซึ่งมีเป้าหมายโจมตีพลเมืองอเมริกันได้รวมมูลค่ากว่า 701 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 2.3 หมื่นล้านบาท โดยปฏิบัติการนี้ยังคงดำเนินต่อเนื่องและมีพันธมิตรหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหลายประเทศร่วมขบวน
สำนักงานอัยการสหรัฐประจำเขต District of Columbia แถลงว่า สินทรัพย์คริปโตฯ ดังกล่าวถูก "ระงับ" ผ่านสองช่องทางหลัก ได้แก่ การดำเนินการโดยสมัครใจของบรรดาตลาดซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี และกระบวนการทางกฎหมายที่หน่วยงานรัฐดำเนินการโดยตรง
"Strike Force จะเดินหน้าระบุ ยึด และริบทรัพย์สินที่เกี่ยวพันกับการฟอกเงินในกระบวนการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถคืนเงินแก่ผู้เสียหายได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้" แถลงการณ์ DOJ ระบุ
ขนาดของสินทรัพย์ที่ถูกอายัดครั้งนี้ถือว่ามีนัยสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาร่วมกับบริบทของนโยบายสหรัฐในขณะนี้ ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 เพื่อจัดตั้ง Strategic Bitcoin Reserve และ Digital Asset Stockpile โดยมีแหล่งเงินทุนส่วนหนึ่งมาจากสินทรัพย์คริปโตฯ ที่ถูกยึดจากคดีอาญาต่าง ๆ
ยึด Telegram-ปิดเว็บปลอม 503 แห่ง
นอกเหนือจากการอายัดสินทรัพย์ คณะทำงานยังสามารถยึดช่องทาง Telegram ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการล่อลวงผู้หางานที่ไม่รู้เท่าทันให้เข้าทำงานในศูนย์หลอกลวงคริปโตฯ แห่งหนึ่งในกัมพูชาได้อีกด้วย
ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ลงทุนปลอมซึ่งใช้เป็นกับดักล่อเหยื่อให้โอนเงินคริปโตฯ เข้าสู่ระบบถูกปิดตัวลงรวมทั้งสิ้น 503 แห่ง และถูกแทนที่ด้วยหน้าจอแจ้งเตือนว่า "โดเมนนี้ถูกยึดโดยเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย"
เครือข่ายในพม่า-จีนถูกเปิดโปง
ปฏิบัติการยังนำไปสู่การเปิดเผยหมายจับและคำฟ้องทางอาญาต่อชาวจีนสัญชาติสองราย ได้แก่ หวง ซิงซาน และ เจียง เหวิน เจี๋ย ทั้งคู่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการปฏิบัติการฉ้อโกงการลงทุนคริปโตฯ ที่ซุ่มดำเนินการอยู่ภายในบริเวณ Shunda compound ในพม่า ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกกองกำลัง Karen National Liberation Army เข้ายึดครองเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568
เพื่อเร่งรัดการรวบรวมข้อมูลข่าวกรอง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังประกาศเงินรางวัล 10 ล้านดอลลาร์สำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสซึ่งช่วยสกัดขัดขวางการดำเนินการของ Tai Chang scam centers ในพม่าได้
สิงคโปร์รับลูกเดินหน้ากวาดล้างแบบคู่ขนาน
สหรัฐไม่ใช่ประเทศเดียวที่กวาดล้างเครือข่ายหลอกลวงคริปโตฯ อย่างจริงจัง ฝั่งสิงคโปร์ กองต่อต้านการหลอกลวงของตำรวจ (Anti-Scam Center) และ Cyber Investigation Branch เปิดเผยในวันเดียวกันว่าได้ดำเนินปฏิบัติการร่วมเป็นเวลาหนึ่งเดือน ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม ถึง 15 เมษายน พ.ศ. 2569 โดยสามารถป้องกันความเสียหายทางการเงินได้กว่า 2.86 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์
ปฏิบัติการครั้งนี้ดำเนินการโดยการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมคริปโตฯ ทั้ง Coinbase, Coinhako, Gemini และ Independent Reserve รวมถึงบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนอย่าง TRM Labs และ Chainalysis ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการระบุตัวเหยื่อ
"ความสำเร็จของปฏิบัติการครั้งนี้เกิดจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างรวดเร็วระหว่างตำรวจและตลาดซื้อขายคริปโตฯ ที่เข้าร่วม ทำให้สามารถระบุตัวเหยื่อได้ทันท่วงทีและเข้าแทรกแซงได้ทันที" ตำรวจสิงคโปร์ระบุ
โดยในระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเข้าพบเหยื่อโดยตรงมากกว่า 90 ครั้ง ทั้งทางโทรศัพท์และการลงพื้นที่ เพื่อสกัดกั้นความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม
อาชญากรรมไซเบอร์พุ่ง 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์
ภาพรวมสถานการณ์ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหา เมื่อสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) รายงานในเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า ในปี พ.ศ. 2568 มีการรับแจ้งความคดีอาชญากรรมไซเบอร์เกินกว่า 1 ล้านเรื่อง มูลค่าความเสียหายรวมสูงถึงราว 21,000 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำว่าการหลอกลวงทางดิจิทัลได้กลายเป็นภัยคุกคามเชิงระบบที่ไม่อาจมองข้าม และการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และภาคเอกชนในอุตสาหกรรมคริปโตฯ เป็นแนวทางสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของการรับมือในระยะต่อไป