xs
xsm
sm
md
lg

ประเทศไทยยังห่างไกลจากคำว่า “อากาศสะอาด” / รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมและภูมิอากาศ โพสต์บนเพจเฟซบุ๊ก Witsanu Attavanich ในวันนี้ (24 เม.ย. 69) ว่า

นี่คือภาพสะท้อน “คุณภาพอากาศของโลก” ที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยยังห่างไกลจากคำว่าอากาศสะอาด ที่ผ่านมา เราไม่เคยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง กฎหมายอ่อนแอ บังคับใช้ไม่ได้จริง ทำให้ประเทศไทยยังคงเป็น “สวรรค์ของผู้ก่อมลพิษ” ขณะที่ประชาชนต้องทนอยู่กับอากาศที่บั่นทอนสุขภาพ ทั้งที่ “อากาศสะอาด” คือสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน
ลองถามตัวเองดูครับว่า

คุณอยากได้อากาศสะอาดระดับ “สีเขียว” แบบประเทศพัฒนาแล้วไหม?

คุณอยากมีสุขภาพที่ดีขึ้นจากการมีอากาศสะอาดไหม?

คุณอยากให้ประเทศไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงไหม?

คุณอยากเห็นคนเก่งทั้งไทยและต่างชาติเลือกมาทำงานที่นี่ไหม?

คุณอยากให้เด็กและเยาวชนไทยเติบโตอย่างมีสุขภาพดีไหม?

คุณอยากให้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้ อยู่กับลูกหลานของเราต่อไปไหม?

ถ้าคำตอบของคุณคือ “ใช่” ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ที่ค้างอยู่ในชั้นวุฒิสภา คือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้เป็นจริง

แต่ถ้าร่างกฎหมายนี้ถูกปัดตก โอกาสที่เราจะมีอากาศสะอาดจะยิ่งห่างไกลออกไป

เพราะกฎหมายจะถูก “ถอดเขี้ยวเล็บ” จากแรงกดดันของกลุ่มผู้ก่อมลพิษสูงที่ไม่ยอมปรับตัว

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ “ประชาชนทุกคน” “ภาคธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากอากาศสะอาด” “ภาคธุรกิจที่พร้อมปรับตัวสู่เศรษฐกิจสะอาด” และ “ภาครัฐที่ยึดประโยชน์ส่วนรวม” จะร่วมมือกันผลักดันการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

อย่าให้ “คนส่วนน้อย” ที่ก่อมลพิษสูงและไม่ยอมปรับตัว มาหยุดอนาคตของประเทศเรา เพื่อสุขภาพของคนไทย และอนาคตของประเทศไทย

ผมขอเชิญชวนทุกคนร่วมกันส่งเสียงให้รัฐบาลใหม่เร่งนำ พ.ร.บ.อากาศสะอาด กลับมาพิจารณาโดยด่วน
ร่วมลงชื่อได้ที่ 👉 https://thailandcan.net/th

และช่วยกันแชร์พร้อมแฮชแท็ก #13พฤษภาเส้นตายพรบอากาศสะอาด เพราะ “เศรษฐกิจที่ดี” ไม่ควรต้องแลกด้วย “สุขภาพและชีวิตของประชาชน”


“อากาศสะอาด” ทำไม? ประเทศไทยถึงยังห่างไกล

ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่รุนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคเหนือที่มักติดอันดับเมืองมลพิษสูง ปัญหาหลักเกิดจากการเผาป่า/พื้นที่เกษตร, อุตสาหกรรม, และมลพิษจากการจราจร, ประกอบกับการขาดกฎหมายอากาศสะอาดที่จัดการต้นตอได้จริง
ประเด็นสำคัญที่สะท้อนว่าไทยยังห่างไกลจากอากาศสะอาด:

1.ปัญหาโครงสร้างและกฎหมาย: แม้จะมีการผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด แต่กระบวนการยังล่าช้า และภาคประชาชนกังวลว่ารัฐบาลอาจเกรงใจทุนใหญ่จนไม่สามารถจัดการปัญหาที่ต้นเหตุได้จริง

2.วิกฤตฝุ่นพิษซ้ำซาก: เชียงใหม่และพื้นที่ภาคเหนือเผชิญฝุ่นพิษ PM 2.5 ในระดับวิกฤตอย่างต่อเนื่องทุกปี กระตุ้นให้เกิดผู้ป่วยรุนแรง

3.ผลกระทบทางสุขภาพ: คุณภาพชีวิตคนไทยขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ การหายใจเอาอากาศมลพิษสูงเข้าไปส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิขั้นพื้นฐานในการมีสุขภาพที่ดี

4.แนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้น: หากไม่มีการแก้ไขจริงจัง คาดว่าสภาพอากาศอาจร้อนจัดใกล้เคียงทะเลทรายซาฮาราในปี 2070 ซึ่งกระทบทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจ

จะเห็นว่าข้อเรียกร้องหลักจากภาคประชาสังคม (เช่น Thailand Clean Air Network) คือการเร่งผลักดันกฎหมายที่สถาปนา "สิทธิอากาศสะอาด" เป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชน เพื่อแก้ปัญหาที่ยั่งยืน