สสว. เผยดัชนี SME มีนาคม 69 ความเชื่อมั่นลดลงต่ำกว่าค่าฐานเป็นครั้งแรกในรอบ 5เดือน เหตุความกังวลสงครามตะวันออกกลาง กดดันต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ชี้หากสงครามยืดเยื้อ SMEราว80%อยู่ได้ไม่เกิน 6เดือนเหตุไม่มีทุนสำรอง
นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ สสว. รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SMESI) ประจำเดือนมีนาคม 2569 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 48.2 ต่ำกว่าค่าฐานที่ระดับ 50.0 เป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมา สาเหตุมาจากความกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ทำให้เกิดภาวะแรงบีบสองด้าน ทั้งจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น และเมื่อพิจารณาถึงองค์ประกอบของค่าดัชนีในแต่ละด้าน พบว่าด้านกำไรมีการปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 47.7 ขณะที่ด้านต้นทุนปรับตัวลงมาอยู่ที่ 37.3 (ลดลง 5.2) สะท้อนถึงแรงกดดันจากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้องค์ประกอบด้านคำสั่งซื้อและปริมาณการผลิตชะลอตัวลงที่ 6.4 และ 1.8 ตามลำดับ
แต่ด้านแรงงานยังคงมีความเชื่อมั่นสะท้อนผ่านดัชนีการจ้างงานที่ลดลงเพียงเล็กน้อยที่ 0.3 (อยู่ที่ 49.2) เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงพยายามรักษาฐานแรงงานเดิมเพื่อประคองการดำเนินธุรกิจในระยะนี้
ผลสำรวจเจาะลึกพบว่า SME ถึง 96.7% ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยผลกระทบหลักมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งด้านพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบ คิดเป็น 47.1% รองลงมาคือปัญหาด้านกำลังซื้อ 26.2% และสภาพคล่อง 19.1% โดยสิ่งที่น่ากังวลคือหากสถานการณ์ยืดเยื้อ SME กว่า 80% ระบุว่าจะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ไม่เกิน 6 เดือนเนื่องจากไม่มีทุนสำรอง ซึ่งในจำนวนนี้มีถึง 20% ที่มีทุนสำรองอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้น
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการมีความต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนในด้านการลดต้นทุน (44%) ควบคู่กับการเสริมศักยภาพให้ SME ปรับตัวได้ (42%) และการเติมสภาพคล่อง (14%) เพื่อพยุงธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 49.3 ซึ่งปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า 3.5 สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการยังคงมีความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนด้านต้นทุน ซึ่งเห็นได้ชัดจากดัชนีคาดการณ์ด้านต้นทุนที่ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 34.5 ส่งผลให้ภาพรวม SME ในปัจจุบันต้องเผชิญกับแรงกดดัน และต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
ดังนั้น สสว. ได้ดำเนินโครงการสนับสนุนเงินทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 1,200 ล้านบาท ผ่านความร่วมมือกับ ธพว. และ EXIM Bank รวมถึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษารวม 17 แห่ง เพื่อขับเคลื่อนโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการส่งเสริม SME ปี 2569 เพิ่มเติม อีกกว่า 39 โครงการ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับ SME ทั่วประเทศ โดยสสว. เตรียมนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (บอร์ดส่งเสริมฯ) ซึ่งโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการส่งเสริม SME เพิ่มเติมนี้ จะเข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และคลี่คลายปัญหาทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการ SME กำลังเผชิญอยู่