ตลาดทุนไทยรับปัจจัยลบหลายอย่างกระทบต่อเนื่อง ดัชนีผันผวน กระทบแผนการระดมทุน ตัวเลขหุ้นไอพีโอปี 68 เข้าเทรดวันแรกราคาต่ำจอง นักลงทุนผิดหวังและเข็ดขยาด ส่งผลให้หลายบริษัทพับแผนเข้าตลาด ยอดตัวเลขการระดมทุนของ บจ.ใหม่ต่ำกว่าเป้า ขณะสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อตั้งแต่ต้นปี 69 ทำให้ไร้เงาหุ้นใหม่ ด้าน "ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี "ใจกล้าฝ่าวิกฤตเข้าตลาดตัวแรก และขึ้นกระดานเทรดเมื่อ 2 เม.ย.และสามารถปิดเหนือ
ตลาดทุนไทยปีนี้ เริ่มลุ้นบริษัทจดทะเบียน(บจ.) ปัดฝุ่นแผนระดมทุนที่พับไปก่อนหน้า หลัง"ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี "ใจกล้าฝ่าวิกฤตเข้าตลาดตัวแรกและขึ้นกระดานเทรดเมื่อ 2 เม.ย. สามารถปิดเหนือจอง ขณะตัวเลขหุ้นไอพีโอปี 68 พลาดเป้า เพราะเข้าเทรดวันแรกราคาต่ำจอง นักลงทุนผิดหวังและเข็ดขยาด ส่งผลให้หลายบริษัทพับแผนเข้าตลาด อีกทั้งต้นปีนี้สงครามอิหร่านและสหรัฐปะทุหนัก
จากปี 68 ที่ผ่านมาตัวเลขจากรายงานของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พบว่า ภาพรวมการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก ( IPO) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) มีหุ้นใหม่ที่เข้าซื้อขายใน ตลท.เพียง 18 บริษัทคิดเป็นมูลค่าการระดมทุน 8,991.70 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 14 ปี นับจากปี 54 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยชะลอตัว และเกิดปัญหามากมาย ทั้งสงครามการค้า แผ่นดินไหว น้ำท่วม และความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ที่บั่นทอนความเชื่อมั่นนักลงทุน และพบว่าหุ้นที่เข้าเทรด(ซื้อขาย) วันแรกต่ำกว่าจอง และจากหลายปัจจัยลบส่งผลให้ภาวะการลงทุนในตลาดทุนซบเซามาระยะหนึ่งแล้ว แม้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามผลักดันและหาทางแก้ไขเพื่อดึงดูดนักลงทุนตลอดจนผู้ประกอบการหันมาระดมทุน แต่ไม่เป็นผลตามเป้าหมาย
รายงาน Global IPO Trends ปี 2568 โดยบริษัท EY มองว่า ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ภาพรวมของตลาด IPO โลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งจำนวน IPO และมูลค่าการระดมทุนหดตัว (เฉลี่ย -3% และ -2% ตามลำดับ) อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี พ.ศ. 2567–2568 ตลาด IPO โลกเริ่มฟื้นตัว โดยจำนวน IPO เพิ่มขึ้น 4% ขณะที่มูลค่าการระดมทุนเพิ่มขึ้น 40%
สำหรับตลาดไทย เมื่อพิจารณาในมิติของปัจจัยมหภาค พบว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในช่วงหลังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศในอาเซียน ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ต้องใช้เงินลงทุนสูงชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสที่จะเห็นบริษัทเข้าจดทะเบียนผ่าน IPO เพิ่มขึ้น เนื่องจากเดือนมกราคมปีนี้ มีบริษัทที่ได้รับการอนุมัติ IPO แล้ว 5 บริษัท และยังมีบริษัทที่อยู่ระหว่างพิจารณา 2 บริษัท รวมถึงที่ยื่นคำขอ IPO (Pre-consult) อีก 38 บริษัท
และจากการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบโครงสร้างตลาด IPO ในกลุ่มประเทศอาเซียน พบว่าแต่ละประเทศมีแนวนโยบายและกลไกที่แตกต่างกันในการขับเคลื่อนการระดมทุนผ่าน IPO ซึ่งความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตของตลาด IPO มีผลมาจากภาคเศรษฐกิจจริงและกลไกการสนับสนุนของภาครัฐ
สำหรับบริบทของไทย ความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงคณะทำงานขับเคลื่อนเฉพาะด้าน (Task Force)ที่จัดตั้งขึ้น เพื่อบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้ดำเนินมาตรการหลายด้านเพื่อส่งเสริมการเติบโตของ IPO และยกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียน ผ่านโครงการที่สำคัญอย่าง Corporate Value Up และ JUMP+ อีกทั้งยังประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ภายใต้แนวคิด “BOI to IPO” เพื่อผลักดันบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรม New Economy ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าสู่ตลาดทุนไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของตลาดทุนไทย
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือ ภาคเศรษฐกิจจริงของไทยที่มีสัญญาณการขยายตัวสูงขึ้น โดยจากประมาณการของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งจะเป็นแรงส่งต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจ ปี 2569 และ ปี 2570 แต่ทั้งนี้ก็มีประเด็นที่ต้องติดตามเกี่ยวกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งต้องประเมินผลกระทบต่อไป
บจ.8 แห่งจ่อระดมทุนปีนี้
สำหรับปี 69 ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยพบว่ามี 8 บริษัทที่เตรียมระดมทุน ประกอบด้วยบริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TNCC เตรียม IPO 612,451,687 หุ้น , บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEBP เตรียม IPO 90 ล้านหุ้น , บริษัท เพ็ทพัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PETPAL เตรียม IPO 52,769,000 หุ้น , บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT เตรียม IPO 98,857,264 หุ้น ,บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK เตรียม IPO 32 ล้านหุ้น , บริษัท แกรนด์ คอส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MER เตรียม IPO 66 ล้านหุ้น ,บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE เตรียม IPO 100 ล้านหุ้น , บริษัท ซุน คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ SUEN เตรียม IPO 196,240,000 หุ้น
หุุ้นIPOปี68เทรดวันแรกต่ำจองระนาด
สำหรับหุ้น IPO ปี 68 ราคาเปิดทรดวันแรกส่วนมากลดลงต่ำกว่าราคาจอง ประกอบด้วย ONSENS หรือ บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ราคาจอง1.10 บาท เปิดเทรดวันแรกลดลง -46% ปิดที่ 2.04 บาท , NUT หรือบริษัท นูทริชั่น โปรเฟส จำกัด (มหาชน) ราคาจอง3.70 บาท เปิดเทรดวันแรกลดลง -45% ปิดที่5.20 บาท , IDG หรือบริษัท อินดิจี จำกัด (มหาชน)ราคาจอง 1.64 บาท เปิดเทรดวันแรกลดลง-45% ปิดที่3.78 บาท , WASH หรือ บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน)ราคาจอง4.22 บาทเปิดเทรดวันแรกลดลง -43% ปิดที่5.365บาท , MMM หรือ บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ราคาจอง3.24 บาท เปิดเทรดวันแรกลดลง-41% ปิดที่4.66บาท, ATLAS หรือบริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ราคาจอง2.20 บาท เปิดเทรดวันแรกลดลง -32% ปิดที่ 2.22บาท , MASTEC หรือบริษัท แมสเทค ลิ้งค์ จำกัด (มหาชน) ราคาจอง 0.98 บาท เปิดเทรดวันแรกลดลง-32% ปิดที่1.35บาท , SMO หรือ บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) ราคาจอง4.00 บาท เปิดเทรดวันแรกลดลง-26% ปิดที่4.10 บาท , MOTHER หรือบริษัท มาเธอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ราคาจอง1.10 บาท เปิดเทรดวันแรกลดลง-20% ปิดที่15บาท , 88TH หรือบริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ราคาจอง4.64 บาท เปิดเทรดวันแรกลดลง-14% ปิดที่8.20 บาท , LTMH หรือบริษัท แอลทีเอ็มเอช จำกัด (มหาชน) ราคาจอง4.68 บาท เปิดเทรดวันแรกลดลง-6% ปิดที่5.05 บาท , MRDIYT หรือบริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ราคาจอง 8.55 บาท เปิดเทรดวันแรกลดลง-0.6% ปิดที่ 8.60 บาท , HANN หรือ บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ราคาจอง0.99 บาท เปิดเทรดวันแรกลดลง +41% ปิดที่2.12บาท , PIS หรือบริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน) ราคาจอง3.42 บาท เปิดเทรดวันแรกลดลง+14% ปิดที่ 20บาท , SKIN หรือบริษัท สกิน ลาบอราทอรี่ จำกัด (มหาชน) ราคาจอง1.29 บาท เปิดเทรดวันแรกลดลง+7% ปิดที่3.62บาท , TURBO หรือบริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด (มหาชน) ราคาจอง1.58 บาท เปิดเทรดวันแรกลดลง+5% ปิดที่ 1.89 บาท
ตลาดหุ้นนิ่ง ปี 68 บจ.พับแผนระดมทุน
นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า บรรยากาศหุ้นไอพีโอปี 69 ที่จะเสนอขายและระดมทุนต่อประชาชนน่าจะมีไม่มาก เพราะปี 68 ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยติดลบจากปีก่อนมากกว่า 10% เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาพรวมการเสนอขายหุ้นสามัญครั้งแรกให้แก่ประชาชนไม่คึกคัก ทำให้หลายบริษัทชะลอระดมทุนหรือปรับเปลี่ยนแผนงาน ส่งผลให้ปัจจุบันหุ้นที่อยู่ระหว่างการยื่นคำขอและพิจารณาการจดทะเบียนยังเหลือในตัวเลขที่ไม่สูงมากนัก และกระบวนการที่ทำให้ปริมาณหุ้นไอพีโอเข้ามายื่นคำขอต้องรอการรายงานผลการดำเนินงานปี 68 และใช้เวลายื่นคำขอ มี.ค.-เม.ย. 69 ต้องใช้เวลาพิจารณา 150-165 วัน
นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และสายงานการตลาด ตลาดหล้กทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. กล่าวว่า แนวโน้มมูลค่าการเสนอขายไอพีโอเพราาะเป็นไปตามภาวะตลาดโดยรวม ทำให้หลายบริษัทต้องชะลอแผนหรือยกเลิกการเสนอขายหุ้นไอพีโอ
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ได้วิเคราะห์สาเหตุหลักที่ทำให้สถานการณ์ IPO ชะลอตัวไว้ 3 ประเด็นสำคัญ คือ "สภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย " ซึ๋งก.ล.ต. มองว่าปัจจัยสำคัญที่สุดไม่ใช่กฎเกณฑ์การกำกับดูแล แต่เป็นเพราะตลาดหุ้นที่ขาดความร้อนแรงทำให้นักลงทุนและเจ้าของกิจการมองว่าการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตอนนี้เป็นการ “เสียของ” เนื่องจากจะไม่ได้รับราคาที่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง
นอกจากนี้ยัง "ขาดแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ" เพราะธุรกิจขาดแรงจูงใจในการระดมทุนเพื่อขยายกิจการ เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังยังขาดแรงขับเคลื่อนที่ชัดเจน รวมทั้ง "เกณฑ์มาตรฐานบัญชีใหม่ "เพราะในอดีตมีการเร่งนำบริษัทเข้าจดทะเบียนก่อนที่เกณฑ์ PAEs จะมีผลบังคับใช้ ทำให้ปัจจุบันสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติที่ดูเบาบางลงกว่าช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี ก.ล.ต. ยังคงเดินหน้าแผน “IPO Streamline” เพื่อปรับปรุงกระบวนการระดมทุนให้มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นในมิติต่าง ๆ ทั้งการดึงดูดทุนต่างชาติ ซึงพุ่งมเป้าไปที่บริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะจีนเพื่อให้เข้ามาลงทุนทางตรงในไทย รวมถึงการปรับแก้หลักเกณฑ์ Primary Listing เพื่อเอื้อให้บริษัทเหล่านี้จดทะเบียนได้สะดวกขึ้น ตลอดจนร่วมมือกับ BOI และตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อลดอุปสรรคในกฎเกณฑ์และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดึงดูดการลงทุน รวมทั้งสนับสนุน SMEs และ Startups ด้วยการระดมทุนผ่าน Crowdfunding (ซึ่งปัจจุบันเติบโตดีในฝั่งตราสารหนี้) และตลาด LiVEx เพื่อให้บริษัทขนาดเล็กเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยต้นทุนที่ไม่สูงเกินไป
UNIXตัวแรกเหนือจอง บ.เร่งปัดฝุ่นแผนระดมทุน
บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX บริษัทผู้นำนวัตกรรมฟิล์มบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนครบวงจร ที่เดินหน้าระดมทุนเพื่อนำไปใช้ในการขยายงานทั้งซื้อเครื่องจักร เพิ่มกำลังการผลิต, ชำระหนี้เงินกู้และเป็นทุนหมุนเวียนรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น โดย UNIX ขายIPO 180 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 1.89 บาท มูลค่าที่ตราไว้(พาร์)หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็น 27.27% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดที่ออกและจำหน่าย และการกำหนดราคาไอพีโอที่ 1.89 บาท/หุ้น ถือเป็นระดับราคาเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ อีกทั้งธุรกิจมีโอกาสเติบโตสูง และมีค่า P/E Ratio หรือราคาตลาดต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นที่8.30X
และ UNIX กีเป็นหุ้น IPO ตัวแรกของปี 69 ประเดิมเข้าซื้อขายวันและเทรดวันแรกเมื่อ 1 เม.ย.ที่ผ่านมาแม้ราคาเทรดระหว่างวันจะไม่ร้อนแรงเหมือนหุ้นหลายตัวแต่สามารถยืนเหนือจองได้ตลอดชั่วโมงซื้อขาย โดยเปิดที่ราคา 2.14 บาท ราคาปรับขึ้นไปสูงสุดที่ 232 บาท และถูกเทขายลงมาต่ำสุดที่ 1.92 บาท ก่อนปิดที่ 1.94 บาท ยืนเหนือจอง 5 สตางค์หรือสูงกว่าจอง 2.65% เรียกว่สามารถฝ่าภาวะตลาดที่ผันผวนได้
ทั้งนี้ ผลจากการลุยไฟเทรดของหุ้น UNIX และทำให้บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นแกนนำผู้จัดการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหรืออันเดอร์ไรเตอร์ รวมทั้งผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทที่เตรียมนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในปีนี้ต่างลุ้นว่าหุ้น UNIX จะสอบผ่านหรือไม่ และเมื่อพบว่า UNIX ข้ามเส้นแดงเพราะสามารถยืนเหนือจองได้ ทำให้แผนการเข้าตลาดหุ้นที่ถูกพับชั่วคราวของบริษัทหลายแห่งจึงถูกหยิบมาปัดฝุ่นใหม่ ซึ่งหลายแห่งที่ได้รับอนุมัติเสนอขายหุ้นแล้วแต่ชะลอไว้ชั่วคราวก็เตรียมนำหุ้นเสนอขาย ขณะที่บริษัทอีกนับสิบแห่ง เตรียมยื่นแบบคำขอเสนอขายหุ้นIPO หรือไฟลิ่งเพราะเห็นว่าภาวะตลาดหุ้นเริ่มเอื้ออำนวยมากขึ้น
ดังนั้น จากการที่ UNIX เข้าเทรดวันแรกและปิดเหนือจอง สร้างกระแสการตื่นตัวหุ้นIPO ให้กลับมาพร้อมกับแนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดหุ้น ตามสถานการณ์สงครามสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งการเจรจาข้อตกลงยุติสงครามใกล้บรรลุเป้าหมาย เพราะไตรมาสแรกปีนี้ไร้ซึ่งหุ้นใหม่ IPO เข้าเทรดกลายเป็นศูนย์ เพราะไม่มีมีหุ้นใหม่เข้ามาเคาะซื้อขายแม้แต่ตัวเดียว แต่ 9 เดือนหลังจากนี้ จะมีหุ้น IPO ทยอยเข้ามาในอัตราเร่ง และอาจมีจำนวนมากกว่า IPO ในปี2568
อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายมองว่าปัญหาหุ้นใหม่ยังอยู่ที่การตั้งราคาเสนอขายให้นักลงทุน เพราะแม้บรรยากาศตลาดหุ้นจะเปิดกว้างขึ้น แต่ถ้าบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินและบริษัทอันเดอร์ไรเตอร์ยังตามใจเจ้าของหุ้น ตั้งราคาเสนอขายแพงใครจองแล้วเจ๊งหรือขาดทุน หุ้นเข้ามาซื้อขายแล้วต่ำกว่าจอง ส่วน UNIX เปิดศักราชใหม่หุ้น IPO แล้ว หุ้นใหม่อีกนับสิบบริษัทที่เรียงคิวตามเข้ามา ถ้าไม่ตั้งราคาขายที่จูงใจ ขายแพงๆ ค่า พี/อี สูง ๆ อาจไม่มีนักลงทุนจองซื้อ