ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก Thon
Thamrongnawasawat วานนี้ (22 เมษายน 2569)
สวัสดีจากเกาะหมาก พาเพื่อนธรณ์มาตามดูหญ้าทะเลและงานต่างๆ ที่เราทำไปว่าผลเป็นอย่างไรบ้าง
ย้อนอดีตแบบชอตคัท หญ้าทะเลทั่วเกาะหมากและเกาะกระดาดมีเกือบพันไร่ เป็นแหล่งหญ้าในแนวปะการังยักษ์ใหญ่
รู้ไหม แนวปะการังเกาะหมากใหญ่สุดในภาคตะวันออก 😳
แต่แล้วจู่ๆ หญ้าทะเลก็หายไปในพรึ่บเดียว ตั้งแต่ปี 64 มาถึงตอนนี้ แทบหาหญ้าทะเลไม่เจอ
คำตอบมีอย่างเดียว โลกร้อน !
เพราะตลอดเวลายาวนานหลายสิบปี เกาะหมากแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง มีเพียงโลกที่ร้อนขึ้นทำให้น้ำทะเลร้อนจัดจนน่ากลัว
ผมวัดน้ำที่แหล่งหญ้าทะเลในปีเอลนีโญได้ 40 องศา ! (เคยลงภาพให้เพื่อนธรณ์ดูแล้ว)
คณะประมงชวนเพื่อนๆ หลายองค์กรมาช่วยทำงานที่เกาะหมาก #บางจาก อบต. เครือข่ายอนุรักษ์ ศรชล. ฯลฯ ขณะที่กรมทะเลก็ทุ่มเททำงานที่นี่
จะว่าไป ที่เกาะหมากถือเป็นจุดที่มีงานหญ้าทะเลต้านโลกร้อนจริงจังที่สุดแห่งหนึ่งของไทย มีศูนย์เรียนรู้หญ้าทะเล/ปะการัง มีเครือข่ายเข้มแข็ง
มีหลายคนมาดูงาน อย่างเช่นหนนี้ มาม่าที่สนับสนุนคณะประมงในโครงการหญ้าทะเลภาคใต้ มาดูงานที่เกาะหมาก
สิ่งที่พวกเราพบคือหญ้าทะเลในธรรมชาติยังไม่ฟื้นขนาดนั้น 😢
บอกแบบให้เป็นกำลังใจ ฟื้นนิดนึง นี้ดนึงนะ
เราสำรวจคร่าวๆ เจอหญ้า 3 ชนิด ได้แก่ หญ้าคาทะเล หญ้าใบมะกรูด หญ้าชะเงาใบมน
ต้นหญ้าคาทะเลน่าจะฟื้นแต่ต้องใช้เวลานานและไม่แน่นอน
แต่หญ้าชะเงาใบฟันเลื่อยที่เคยเป็นชนิดหลักของที่นี่ ยังไม่พบและคาดว่าน่าจะยังไม่กลับมา
สภาพดิน ผิวดินอุ่น ผิวหน้าดินจับเป็นก้อน ทำให้หญ้าขึ้นยาก
ปลิงดำเยอะขึ้นมาก ปลาขนาดเล็กเยอะขึ้นโดยเฉพาะปลาบู่
แต่ปูม้า กระต่ายทะเล (ทากทะเลขนาดใหญ่) และปลาเศรษฐกิจหายไป
เหลือแต่ทราย ไม่มีหญ้าทะเล กลุ่มสัตว์น้ำเปลี่ยน ความหลากหลายลดลง การหากินลำบากขึ้น
แต่ชาวบ้านยังไม่ท้อ เขาหันมาหาหอยครางเพื่อนำไปขาย ปรับตัวไปตามสภาพที่เกิด แม้จะเหนื่อยหน่อยแต่ก็ไม่แพ้
เมื่อลงไปในน้ำ น้ำอุ่นๆ ไม่ถึงกับร้อนจัดเหมือนปีเอลนีโญ แต่ก็อุ่นกว่าสมัยก่อนๆ
แม้สภาพในทะเลยังดูแล้วยิ้มไม่ออก แต่งานบนฝั่งทำให้ยิ้มได้ ☺️
หญ้าในศูนย์ที่อบต.ยังเติบโตดี ตอนนี้ขยายไปอีกที่ตรงหน้าบ้านพี่อึ่ง (หัวหน้าเครือข่าย)
นี่คือการสู้โลกร้อน แม้ธรรมชาติยังไม่เป็นใจ เรายังไม่ยอมแพ้ เราเรียนรู้และปรับตัวไปเรื่อย
ที่แน่ๆ คือเราปลูกฟื้นฟูหญ้าเก่งกว่าสมัยก่อนเยอะมาก คณะประมงทำได้ถึงขั้นจดสิทธิบัตรเพาะหญ้าทะเลจากเนื้อเยื่อเป็นที่แรกของโลก (หญ้าคาทะเล)
เรามั่นใจว่าสักวันเราจะฟื้นดงหญ้าทะเลแห่งเกาะหมากได้ แม้อาจเป็นแค่เศษเสี้ยวของสมัยก่อน มันก็คือความหวัง
ความหวังๆๆ คือสิ่งที่ไทยต้องการในหลายเรื่อง แต่ความหวังเกิดไม่ได้แค่ความคิดหรือคำพูดหรือแค่ตีโพยตีพายไปเรื่อย
ความหวังเกิดได้ด้วยการลงมือทำ
ยิ่งใกล้หมดหวังต้องยิ่งทำ มันถึงสะใจและยังไม่หมดหวัง 💪
นั่นคือเหตุการณ์ที่เกาะหมากที่อยากเล่าให้เพื่อนธรณ์ฟัง
ปลูกฟื้นฟูหญ้าทะเลหรือการวางแผนดำเนินชีวิตในช่วงเศรษฐกิจวิกฤตล้วนเหมือนกัน
ก็แค่มีหวัง ลงมือทำ และอย่าทอดทิ้งความหวังครับ☺️
ร้อนๆ พาเพื่อนธรณ์ลงน้ำ เราไปดูปะการังที่เกาะหมากกันครับ
แม้น้ำจะอุ่น แต่เทียบกับปี 67 ที่เจอเอลนีโญ นับว่ายังร้อนน้อยกว่ามาก
ปะการังสีซีดนิดหน่อยแต่ไม่ฟอกขาว หมายถึงปีนี้รอด เพราะฝนแถวนี้เริ่มมาแล้ว น้ำคงเย็นลง แดดมีน้อยลง
เราเจอเต่าด้วย 1 ตัว เต่าน่ารักโผล่หัวมาทักทาย
ยังมีงานปลูกปะการังของทั้งเครือข่ายอนุรักษ์และกลุ่ม coral gardeners ที่ทำกันจริงจัง น่าชื่นชมมากครับ
เกาะหมากนอกจากเป็นเกาะโลว์คาร์บอน ยังเป็นเกาะที่มีหลายงานวิจัยและฟื้นฟูทะเล ทั้งหญ้าทะเลทั้งปะการัง
ดูแล้วมีความสุข แม้จะร้อนแต่เย็นใจครับ