ไปรษณีย์ไทยเปิดทางรอดสวนผลไม้ ดัน 'EMS ส่งด่วนผลไม้' เร่งระบายของสดทั่วไทย ลดต้นทุนเกษตรกร อัดโปรส่วนลดค่าส่งสูงสุด 20%
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า ช่วงฤดูร้อนของไทยถือเป็นอีกห้วงเวลาสำคัญที่ผลผลิตผลไม้ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก โดยรายงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดการณ์ว่า ปริมาณผลผลิตผลไม้ในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นแตะ 6.91 ล้านตัน หรือขยายตัวกว่า 5.8% จากปีก่อนหน้า ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้เกษตรกรต้องเผชิญภาวะผลไม้ล้นตลาดและแรงกดดันด้านราคาผลผลิตลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
ด้วยเหตุนี้ ไปรษณีย์ไทยจึงได้เตรียมมาตรการรองรับฤดูกาลผลไม้อย่างเป็นระบบ โดยอาศัยเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศเป็นกลไกหลักในการกระจายผลไม้จากแหล่งผลิตไปยังผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ผ่านบริการ "EMS ส่งด่วนผลไม้" เพื่อช่วยสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการให้สามารถนำผลผลิตคุณภาพกระจายสู่ผู้บริโภคและตลาดปลายทางได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ไปรษณีย์ไทยยังทำหน้าที่เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงผ่านแพลตฟอร์ม ThailandPostMart ซึ่งช่วยให้สินค้าเกษตรสดใหม่จากสวนสามารถส่งตรงถึงมือผู้บริโภคได้โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง อันจะเป็นการเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับเกษตรกรโดยตรง
ขณะเดียวกัน ไปรษณีย์ไทยยังขานรับนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินโครงการ "กล่องผลไม้ DIT" เพื่อช่วยเร่งระบายผลผลิตทางการเกษตรจากต้นทางสู่ปลายทางได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยได้จัดทำกล่องผลไม้จำนวน 300,000 กล่อง และสนับสนุนตะกร้าผลไม้จำนวน 35,000 ใบ สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถขอรับกล่องและตะกร้าดังกล่าวได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ก่อนนำส่ง ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 เม.ย.2570
พร้อมกันนี้ ไปรษณีย์ไทยยังจัดโปรโมชันพิเศษเพื่อช่วยลดภาระต้นทุนด้านการขนส่งให้แก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดค่าบริการ EMS ส่งด่วนผลไม้สูงสุด 20% สำหรับสมาชิก Post Family ตลอดจนความร่วมมือกับสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติในการให้บริการจัดส่งผลไม้ในอัตราพิเศษ เริ่มต้นน้ำหนัก 3 กิโลกรัม ราคา 45 บาท โดยสามารถใช้บริการได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อีกทั้งยังมีความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในการให้บริการจัดส่งผลไม้เริ่มต้น 3 กิโลกรัม ราคา 48 บาท ซึ่งเปิดให้ใช้บริการตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2570
นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังมีบริการขนส่งผลไม้แบบเหมาจ่ายในราคาพิเศษ เพื่อรองรับความต้องการขนส่งที่หลากหลายของเกษตรกรและผู้ประกอบการ ครอบคลุมตั้งแต่การขนส่งผลไม้สดผ่านตะกร้าพลาสติกในอัตราเริ่มต้น 3 กิโลกรัม ราคา 55 บาท การขนส่งแบบเช่าเหมากระบะสำหรับน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม ราคา 260 บาท และน้ำหนักไม่เกิน 50 กิโลกรัม ราคา 400 บาท ตลอดจนบริการขนส่งแบบเหมารวมพาเลตสำหรับการจัดส่งผลไม้ในปริมาณสูงสุด 200 กิโลกรัม เริ่มต้นที่ 800 บาท โดยอัตราค่าบริการจะคิดตามพื้นที่ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การขนส่งผลไม้ได้อย่างยืดหยุ่นและเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละพื้นที่และแต่ละปริมาณสินค้า