ผู้ถือหุ้น "เมืองไทย แคปปิตอล " ไฟเขียวอนุมัติจ่ายปันผลงวดปี 68 เป็นเงินสดในอัตรา 0.29 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD วันที่ 28 เม.ย.69 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 15 พ.ค.นี้ ฟากผู้บริหาร ชูธงปี 69 ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อเติบโต 10-15% พร้อมส่งมอบบริการทางการเงินในมาตรฐานระดับโลก (World-class Thai Microfinance) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตยั่งยืน
นายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ในวันที่ 22 เมษายน 2569 มีมติอนุมัติจ่ายปันผลจากงวดผลการดำเนินงานปี 2568 (มกราคม-ธันวาคม 2568) เป็นเงินสดในอัตรา 0.29 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 183,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.56% มีรายได้รวม 30,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.17% และกำไรสุทธิ 6,723 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.59 % เทียบปีก่อน สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ระดับ 3.48 เท่า และสามารถควบคุมคุณภาพหนี้เสีย (NPL) ไว้ที่ 2.53% มีอัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage ratio) อยู่ที่ 142.99% สะท้อนการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพและการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
นอกจากนี้ MTC ยังคงเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีจำนวนสาขารวมทั้งสิ้น 8,673 สาขาทั่วประเทศ รองรับการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชนในทุกพื้นที่ พร้อมสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรมและเท่าเทียม
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 ตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อเติบโต 10-15% บริษัทฯมีแนวทางการทำตลาด เพื่อส่งเสริมยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ในกลุ่มต่างๆ ให้มากขึ้น ขณะเดียวกันทาง MTC ยังคงมุ่งให้ความสำคัญกับการเข้าถึงสินเชื่อให้กับลูกค้ามากขึ้น โดยปี 2569 จะไม่ได้มีการเปิดสาขาในอัตราที่สูงเช่นที่ผ่านมา (เดิมขยายสาขาปีละประมาณ 600 สาขา) เพราะปัจจุบันสาขาของธุรกิจกระจายอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพค่อนข้างครอบคลุมแล้ว
"ในปีนี้จะมีการนำเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยทำตลาดในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเพิ่มเติม เพื่อผลักดันศักยภาพการบริการให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการพิจารณาคัดเลือกลูกค้าที่มีศักยภาพ เพื่อสนับสนุนภาพรวมธุรกิจให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้"
ที่ผ่านมา MTC ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความรับผิดชอบ โปร่งใส และธรรมาภิบาล โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ (CG Rating 5 ดาว) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 รวมถึงผลการประเมินด้านความยั่งยืน (ESG Rating) ระดับ AA จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการจัดอันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรที่ระดับ A-(tha) จาก Fitch Ratings ซึ่งสะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินและความเชื่อมั่นขององค์กรในระดับสากล
ล่าสุด คว้ารางวัลระดับภูมิภาค Best Social Bond Thailand จากเวที The Asset Triple A Awards for Sustainable Finance 2026 ซึ่งจัดโดยนิตยสาร The Asset สื่อการเงินชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้บริษัทฯ ยังร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก ได้แก่ บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC), องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA), บริษัทเพื่อการลงทุนและการพัฒนาแห่งเยอรมนี (KfW DEG) และ Credit Guarantee and Investment Facility (CGIF) เพื่อผลักดันการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
อีกทั้งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและขยายธุรกิจของผู้ประกอบการสตรีในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ในพื้นที่ชนบทของประเทศไทย สะท้อนบทบาทของบริษัทฯ ในฐานะผู้นำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในมาตรฐานระดับโลก (World-class Thai Microfinance)