xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.28-ผันผวนในกรอบกว้างตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(23เม.ย.69)ที่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.18 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.10-32.45 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงในลักษณะ Sideways Up ทดสอบโซนแนวต้าน 32.30 บาทต่อดอลลาร์ หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นอีกครั้ง สร้างความเสี่ยงต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบทยอยปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะ ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งขึ้นทดสอบโซน 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงาน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (Manufacturing & Services PMIs) ในเดือนเมษายน ของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก ทั้งสหรัฐฯ ยูโรโซน และอังกฤษ ที่จะสะท้อนผลกระทบของสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อภาคธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา

ส่วนในฝั่งสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) รวมถึงรายงานดัชนีภาคธุรกิจจากบรรดา FED สาขาต่างๆ

ทางฝั่งเอเชีย ในช่วงราว 6.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของญี่ปุ่น ในเดือนมีนาคม ที่อาจมีผลต่อการปรับนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ หลังเศรษฐกิจญี่ปุ่นเผชิญผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง โดยเฉพาะแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้เงินบาทอาจผันผวนในกรอบ Sideways ที่กว้างได้

โดยในช่วงนี้ กระแสข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่างสะท้อนถึงความไม่แน่นอนต่อการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับ อิหร่าน ดังจะเห็นได้จากการทยอยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบ อย่าง ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่กลับมาทรงตัวเหนือโซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้อีกครั้ง ทำให้ เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าในช่วงนี้ได้ โดยเรายังคงประเมินว่า ในกรณีที่ สถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น เช่น สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในอิหร่านมากขึ้น (เน้นโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและสะพาน เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้อิหร่านเจรจาหยุดยิง) อาจทำให้อิหร่านมีการตอบโต้กลับที่รุนแรง (รวมถึงอาจมีการปิดช่องแคบ Bab El-Mandeb จากฝั่ง Houthi ที่เป็นพันธมิตรกับอิหร่าน) ในกรณีนี้ เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าลงหนัก โดย เงินบาทอาจอ่อนค่าลงจนไปทดสอบแนวต้านถัดไปในช่วง 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก ซึ่งหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาร้อนแรงขึ้น ในช่วงสัปดาห์การจ่ายเงินปันผลให้นักลงทุนต่างชาติที่จะเริ่มมีนัยสำคัญต่อเงินบาทในช่วงปลายเดือนเมษายน ถึง ต้นพฤษภาคม (โฟลว์ธุรกรรมมจ่ายเงินปันผลอาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้ราว 1%-4%) เราประเมินว่า มีโอกาสเห็นเงินบาทอ่อนค่ากลับไปทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ และมีโอกาสอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านดังกล่าวได้