xs
xsm
sm
md
lg

เปิดตัวซีดานหรู BMW 7 Series (LCI) ชูนวัตกรรมล้ำสมัยจาก Neue Klasse

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



BMW เปิดตัวรถยนต์หรูระดับแฟลกชิป BMW 7 Series รุ่นปรับโฉม (LCI - Life Cycle Impulse) อย่างเป็นทางการ โดยนำนวัตกรรมสุดล้ำจาก Neue Klasse พร้อมทางเลือกขุมพลังทั้งสันดาปไมลด์ไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริด และไฟฟ้าล้วน


BMW 7 Series รุ่นล่าสุดมาพร้อมเอกลักษณ์การออกแบบใหม่ในกลุ่ม Luxury เน้นรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสง่างามด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง โดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่แบบ Iconic Glow ที่มีไฟส่องสว่างล้อมรอบ จับคู่กับชุดไฟหน้าคริสตัลดีไซน์มินิมอล ส่วนด้านข้างเน้นความเรียบเนียนของพื้นผิวตัวถังและรายละเอียดความประณีตของเส้น Character Line ขณะที่ส่วนท้ายได้รับการออกแบบชุดไฟใหม่ให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น

ลูกค้าสามารถเลือกตกแต่งภายนอกได้ทั้งแพ็กเกจ M Sport และ M Sport Pro พร้อมทางเลือกตัวถังสีทูโทน BMW Individual Dual-Finish ขณะที่ล้ออัลลอยมีขนาดตั้งแต่ 20 นิ้ว ไปจนถึง 22 นิ้ว


ภายในห้องโดยสารถูกตกแต่งเน้นความผ่อนคลายและทันสมัย ผสานวัสดุคุณภาพสูงอย่างหนัง ผ้า ไม้ คริสตัล และโลหะเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวระบบ BMW Panoramic iDrive พร้อมหน้าจอ BMW Passenger Screen สำหรับผู้โดยสารตอนหน้าเป็นครั้งแรก ทำงานบนระบบปฏิบัติการ BMW Operating System X ที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน AI และ Amazon Alexa

ขณะที่ห้องโดยสารตอนหลังยังคงติดตั้งหน้าจอ BMW Theatre Screen ความละเอียด 8K รองรับการสตรีมมิ่ง เกมมิ่ง และวิดีโอคอลผ่านแอปพลิเคชันยอดนิยม เสริมบรรยากาศด้วยระบบไฟ Ambient Light แบบใหม่ และระบบเสียงคุณภาพสูงจาก Bowers & Wilkins ที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos รวมถึงเบาะนั่งแบบ Executive Lounge ที่ปรับปรุงใหม่ให้รองรับสรีระได้ดียิ่งขึ้น


บีเอ็มดับเบิลยูยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์ "Technology Openness" โดยมีทางเลือกขุมพลังที่ครบครัน ทั้งเครื่องยนต์สันดาปประสิทธิภาพสูงพร้อมเทคโนโลยี Mild Hybrid 48V, ระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรุ่นไฟฟ้าล้วน (i7)

โดยในรุ่นไฟฟ้าล้วนได้รับการติดตั้งแบตเตอรี่แบบทรงกระบอก (Cylindrical Cells) ซึ่งเป็นเทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 6 ช่วยให้สามารถทำระยะทางการขับขี่ได้สูงสุดกว่า 720 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP พร้อมระบบวางแผนการชาร์จอัจฉริยะและการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

ในด้านระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ BMW 7 Series ใหม่ ได้นำเทคโนโลยี BMW Symbiotic Drive ที่ใช้ AI เข้ามาช่วยประสานการทำงานระหว่างผู้ขับขี่และตัวรถ โดยในตลาดยุโรปบางประเทศ ระบบ Motorway Assistant รองรับการขับขี่แบบปล่อยมือจากพวงมาลัยได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 130 กม./ชม. และระบบ City Assistant ที่ช่วยนำทางแบบ Address-2-Address ในเขตเมืองได้


BMW 7 Series ใหม่ มาพร้อมระบบควบคุมช่วงล่าง Adaptive Chassis Control Professional ที่ทำงานร่วมกับระบบเลี้ยวล้อหลังอัจฉริยะ (Integral Active Steering) และระบบป้องกันการโคลงตัวของรถ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในย่านความเร็วต่ำและให้ความนุ่มนวลสูงสุดในย่านความเร็วสูง

ขณะที่รุ่น M Sport และตระกูล M Performance จะได้รับการปรับจูนช่วงล่างให้มีความสปอร์ตยิ่งขึ้น พร้อมเสริมความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีตรวจสอบสภาพยางดิจิทัลผ่านระบบ AI และระบบควบคุมการลื่นไถลที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ทั้งนี้ BMW 7 Series (LCI) เตรียมเดินสายการผลิตที่โรงงานหลักในเมืองดิงโกลฟิง ประเทศเยอรมนี และจะเริ่มทยอยเปิดตัวในแต่ละประเทศตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป