ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ที่ระดับ 1,479.74 จุด ลดลง 3.76 จุด (-0.25%) มูลค่าซื้อขาย 59,498.43 ล้านบาท
การซื้อขายวันนี้ดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยทำจุดสูงสุด 1,488.68 จุด และจุดต่ำสุด 1,477.05 จุด
ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 201 หลักทรัพย์ ลดลง 243 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 205 หลักทรัพย์
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งในกรอบแคบ ยังมีปัจจัยกดดันจากความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกลางที่ยืดเยื้อ หลังจากไม่มีความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน แต่ตลาดก็รับข่าวไปค่อนข้างมากแล้ว แม้มีปัจจัยหนุนในประเทศจาก Moodys ปรับมุมมองของประเทศไทยเป็นมีเสถียรภาพ แต่ตลาดก็ยังไม่ตอบรับมากนัก
ขณะเดียวกันเป็นช่วงกลุ่มแบงก์เสร็จสิ้นการรายงานผลการดำเนินงานไตรมาสแรกไปแล้ว และทยอยขึ้น XD ทำให้มีแรงขายหุ้นบางตัวออกมา สลับไปเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มอื่นที่เตรียมทยอยแจ้งงบการเงิน รวมถึงกลับเข้ามาซื้อหุ้นในกลุ่มน้ำมันที่ยังคงได้รับประโยชน์หลังจากที่สถานการณ์ในตะวันออกลางยืดเยื้อ
แนวโน้มพรุ่งนี้คาดว่าแกว่งไซด์เวย์ เกาะติดสถานการ์ณความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง โดยให้แนวต้าน 1,490 จุด แนวรับ 1,470 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
KBANK (XD) มูลค่าการซื้อขาย 6,846.63 ล้านบาท ปิดที่ 189.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.50 บาท
KTB มูลค่าการซื้อขาย 4,460.61 ล้านบาท ปิดที่ 32.75 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
BBL (XD) มูลค่าการซื้อขาย 3,307.36 ล้านบาท ปิดที่ 163.00 บาท ลดลง 4.50 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 3,134.30 ล้านบาท ปิดที่ 134.50 บาท ลดลง 0.50 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,923.27 ล้านบาท ปิดที่ 34.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท