Hyundai IONIQ 3 รถคอมแพ็กแฮทช์แบ็กไฟฟ้า 100% ถูกเผยโฉมอย่างเป็นทางการที่ยุโรป พร้อมแบตเตอรี่ขับขี่ไกลสุด 496 กม. (WLTP) และติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนท์ Pleos Connect พื้นฐานระบบ Android Automotive OS เป็นครั้งแรก
IONIQ 3 มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่เรียกว่า "Aero Hatch" ซึ่งเป็นการออกแบบที่เน้นความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ควบคู่ไปกับการรักษาพื้นที่ภายในห้องโดยสาร เส้นสายตัวรถสะท้อนปรัชญา Art of Steel ที่เน้นความเฉียบคมของพื้นผิวโลหะ เสริมด้วยเอกลักษณ์ไฟส่องสว่างแบบพิกเซล (Pixel lighting) และสัญลักษณ์จุด 4 จุดบนพวงมาลัยที่สื่อถึงตัวอักษร H ในรหัสมอร์ส
ทั้งนี้ ตัวรถมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Drag Coefficient) อยู่ที่ 0.263 ซึ่งถือเป็นระดับแนวหน้าในเซกเมนต์เดียวกัน
ตัวรถพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม Electric-Global Modular Platform (E-GMP) ของฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป โดยใช้สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 400 โวลต์ มีตัวเลือกแบตเตอรี่ 2 ขนาด ได้แก่ รุ่น Standard Range มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 42.2 kWh ให้ระยะทางการวิ่งสูงสุดประมาณ 344 กม. และรุ่น Long Range มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 61 kWh ตั้งเป้าระยะทางการวิ่งสูงสุดที่ 496 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP)
ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 107.8 กิโลวัตต์ (147 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุดได้ 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รองรับการชาร์จเร็วแบบ DC จาก 10% ถึง 80% ภายในเวลาประมาณ 29 นาที และรองรับการชาร์จแบบ AC สูงสุดที่ 22 กิโลวัตต์
ภายในห้องโดยสารออกแบบภายใต้แนวคิด Furnished Space ที่เน้นความรู้สึกสบายเหมือนอยู่ในที่พักอาศัย พื้นรถแบบเรียบ (Flat-floor) ช่วยเพิ่มพื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะ ขณะที่พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายมีความจุรวม 441 ลิตร โดยมีการแบ่งพื้นที่เป็นส่วน Megabox ใต้พื้นกระโปรงหลังอีก 119 ลิตร เพื่อความอเนกประสงค์ในการจัดเก็บ
นอกจากนี้ IONIQ 3 ยังเป็นรถรุ่นแรกของฮุนไดในยุโรปที่เปิดตัวระบบอินโฟเทนเมนต์ Pleos Connect ซึ่งพัฒนาบนระบบปฏิบัติการ Android Automotive OS (AAOS) แสดงผลผ่านหน้าจอขนาดสูงสุด 14.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ฟังก์ชัน Digital Key 2 และระบบ V2L (Vehicle-to-Load) ที่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ภายนอกได้
ด้านความปลอดภัย ติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง Hyundai SmartSense อาทิ ระบบช่วยขับขี่บนทางหลวง (Highway Driving Assist 2), ระบบช่วยจอดอัจฉริยะจากรีโมท (Remote Smart Parking Assist) และระบบแสดงภาพจุดอับสายตา (Blind-Spot View Monitor) เป็นต้น
สำหรับการผลิต IONIQ 3 จะดำเนินการที่โรงงานในเมืองอิซมิต ประเทศตุรกี โดยจะมีให้เลือกทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่นตกแต่งสปอร์ต N Line