xs
xsm
sm
md
lg

“ปับลิซีส กรุ๊ป” เผยสูตรสกิลเซ็ท ทางรอดเอเจนซี่ยุคใหม่สู้ดิสรัปชั่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้จัดการรายวัน 360- วงการเอเจนซี่เจอพิษดิสรัปชั่น “ปับลิซีส กรุ๊ป” ชี้ดาวน์สเกล เลย์ออฟไม่ใช่ขาลง แต่เป็นเรื่องการปรับตัว ปรับหาสกิลเซ็ท สู่การเติบโตในยุคใหม่ “ปับลิซีส กรุ๊ป” เผย พร้อมขั้นสุด หลังปรับตัวสู่แพลตฟอร์มคอมปานี เป็น “Intelligent System Driven Company” ออกแบบมาเพื่อช่วยแบรนด์รับมือกับความซับซ้อนของโลกธุรกิจ ช่วยขับเคลื่อนแบรนด์เดินไปด้วยกัน


นางโศรดา ศรประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปับลิซิส กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยว่า วันนี้โลกของแบรนด์เปลี่ยน เช่นเดียวกับพฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงเร็วเช่นกัน จริงๆ มันเป็นความซับซ้อนของธุรกิจ การตัดสินใจซื้อมีความซับซ้อน แคมเปญที่ทำอยู่อาจไม่ทัน ลูกค้ามีความคาดหวังผลลัพธ์มากกว่าเดิม วันนี้การทำงานต้องวัดผลได้ ทุกอย่างที่ทำต้องเชื่อมโยงกันได้ ในวันที่ทุกอย่างมุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ต้องฉลาดขึ้น ทำงานหนักขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่วัดผลได้แบบเรียลไทม์ ในมุมมองเอเจนซี่ วันนี้เรายังตอบโจทย์และขับเคลื่อนช่วยแบรนด์อยู่หรือเปล่า? ในวันที่ AI เป็นหัวใจของทุกอย่าง

สำหรับปับลิซิส กรุ๊ป ก่อนปี 2019 เราเป็นโฮลด์คอมปานี แต่วันนี้เราเป็นแพลตฟอร์มคอมปานี หลังจากใช้ปรัชญา Power of One ตั้งแต่ปี 2019 ที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ถึงความสามารถในการเชื่อมโยงศักยภาพด้านครีเอทีฟ มีเดีย ดาต้า และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่รวดเร็ว เรียบง่าย และมีประสิทธิภาพให้กับลูกค้า


ขณะที่ธุรกิจเอเจนซี่เองก็ถูกดิสรัปชั่นมาหลายครั้ง ตั้งแต่ก่อนมีอินเทอร์เน็ต จนมาถึงช่วงโควิด และวันนี้มี AI ที่เข้ามามีบทบาท แต่ทางปับลิซิส กรุ๊ปมีการปรับตัวปรับวิธีการทำงาน และการปรับโครงสร้าง จนมาเป็น แพลตฟอร์มคอมปานี วันนี้จึงมีความพร้อมที่จะตอบโจทย์ช่วยขับเคลื่อนแบรนด์ให้ก้าวฝ่าไปข้างหน้าด้วยกัน

นางโศรดา กล่าวต่อว่า สถานการณ์ของธุรกิจเอเจนซี่ที่เผชิญกับการถูกดิสรัปชั่น เวลานี้กำลังปรับตัวกัน รวมถึงมีการเลย์ออฟด้วย ในมุมของปับลิซิส กรุ๊ป มองว่า การเลย์ออฟไม่ใช่นัยยะสำคัญของทิศทางธุรกิจเอเจนซี่ แต่เป็นเรื่องของการปรับตัวมากกว่า การดาวน์ไซส์องค์กร เกิดจากต้องการสร้างสกิลเซ็ทที่ตอบโจทย์แบรนด์มากกว่าการเลย์ออฟให้องค์กรเล็กลง


โดยสกิลเซ็ทที่สำคัญ คือ 1. ออโตเมชั่น 2.ดาต้า ที่ต้องนำไปประยุกต์และเข้าใจที่จะนำไปใช้ ดังนั้นในส่วนปับลิซิส กรุ๊ป เองจึงไม่มีนโยบายเลย์ออฟ ซึ่งวันนี้ทีมงานของปับลิซิส กรุ๊ป แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ มีเดีย 45% โปรดักส์ชั่น 10% และครีเอทีฟ 35% และวันนี้มั่นใจว่าจะยังเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ตามแผนที่วางไว้ อย่างไรก็ตามในปีนี้เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีของปับลิซีส กรุ๊ป ทั่วโลก พร้อมก้าวสู่บทใหม่ จากจุดเริ่มต้นในฐานะเอเจนซี่ด้านความคิดสร้างสรรค์ สู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนแบรนด์ด้วยดาต้า เทคโนโลยี และ AI โดยยังคงยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลางของทุกการตัดสินใจ

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา วันนี้ ปับลิซีส กรุ๊ป ประเทศไทยพร้อมก้าวไปอีกขั้น โดยต่อยอดจากรากฐานเดิม สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอย่างแท้จริง ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ “เชื่อมต่อ” ได้ แต่สามารถ คิด เรียนรู้ ปรับตัว และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ โดย Power of One จึงไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นรากฐานสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของ Intelligence อย่างแท้จริง” นางโศรดา กล่าว สำหรับแนวทางการดำเนินงานหลังจากนี้ ปับลิซีส กรุ๊ป ประเทศไทย จะมุ่งเน้นการออกแบบวิธีการทำงานทั้งองค์กร เพื่อให้ Intelligence กลายเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจในทุกวัน ไม่ใช่แค่การใช้เทคโนโลยี หรือ AI เป็นเครื่องมือ แต่เป็นการทำให้องค์กรสามารถเข้าใจความซับซ้อน แปลสัญญาณต่างๆ ให้กลายเป็น Action และขับเคลื่อนผลลัพธ์ได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การออกแบบองค์กรให้ “คิดและทำงานเป็นระบบเดียว“


โดยความสามารถในการทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว จะขับเคลื่อนผ่านแกนหลัก 3 ด้าน คือ 1.Connected Identity: ปับลิซีส มีเดีย (Publicis Media) และดิจิทาซ (Digitas) ทำให้ Connected Identity เกิดขึ้นจริง ผ่านการผสานดาต้า CRM และการวางแผนสื่อ (Media Planning) เพื่อขับเคลื่อนประสิทธิภาพแบบ Full-Funnel ตั้งแต่การรับรู้ ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ และ ROI ที่วัดผลได้อย่างชัดเจน

2.Creative Intelligence: ในการขับเคลื่อนด้านความคิดสร้างสรรค์ ลีโอ แบงค็อก (Leo Bangkok) ขับเคลื่อนแนวคิด Creative Intelligence (Human Intelligence × AI) โดยให้มนุษย์เป็นผู้นำด้านอินไซด์ ความเข้าใจด้านวัฒนธรรม และการใช้วิจารณญาณเชิงสร้างสรรค์ (Creative Judgment) ขณะที่ AI ทำหน้าที่เสริมความเร็ว ความแม่นยำ และการขยายผล ความคิดสร้างสรรค์จึงถูกออกแบบให้เป็น “ระบบ” ที่สามารถเติบโตในวงกว้างได้ ผ่านกระบวนการทำงานและการประสานงานด้านความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ ที่ทำให้แต่ละไอเดียสามารถต่อยอดข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างมีคุณภาพ

3.Cultural Intelligence: บริลเลียน แอนด์ มิลเลียน (Brilliant and Million) จะสามารถสะท้อนบทบาทความสามารถในการเข้าใจในวัฒนธรรม คอมมูนิตี้ และครีเอเตอร์ อีโคซิสเต็ม และแปลงสัญญาณจากพฤติกรรมบนโซเชียลที่สะท้อนความสนใจ (Social Signals) ให้สามารถเติบโตและสร้างคอมเมิร์ซอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะมีวิธีคิดแบบ Social-First เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต ที่พร้อมเปลี่ยนกระแสสังคม ให้กลายเป็นผลกระทบทางธุรกิจที่จับต้องได้จริง ”

ทั้งสามส่วนนี้ไม่ได้ทำงานแยกกัน แต่ถูกร้อยเข้าด้วยกันเป็นระบบเดียว เพื่อช่วยให้แบรนด์ เข้าใจผู้บริโภค ตัดสินใจได้ดีขึ้น และเติบโตได้เร็วขึ้น ในโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา“ “การก้าวสู่การเป็น Intelligent System Driven Company นั้น ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่คือการยกระดับวิธีคิดและการออกแบบองค์กรใหม่ เพื่อให้ ดาต้า ความคิดสร้างสรรค์ และมีเดีย ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบและสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมาย ในโลกที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน เราเชื่อว่าอุตสาหกรรมโฆษณาต้องก้าวข้ามบทบาทเดิม จากการ ‘สร้างการรับรู้’ ไปสู่การเป็นพาร์ตเนอร์ที่ขับเคลื่อน ‘การเติบโตทางธุรกิจ’ อย่างแท้จริง และวัดผลได้จริง” นางโศรดา กล่าว