สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย และสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง สนับสนุนนโยบายภาครัฐ ยกระดับการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์มลพิษต่ำ ชูสเปครถยนต์ไฮบริดเชื้อเพลิงยืดหยุ่น (FFV-PHEV) รองรับการใช้เชื้อเพลิง E20 และ E85 ชี้ศักยภาพการผลิตเอทานอลที่แข็งแกร่งและพร้อมรองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น เผยการยกระดับ E20 ให้เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐาน (Base Grade) ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันได้อย่างมีนัยสำคัญ สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย และลดปัญหาฝุ่น PM 2.5
ในสถานการณ์ราคาพลังงานโลกมีความผันผวนสูง การเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการลดภาระการนำเข้าน้ำมันดิบจึงกลายเป็นวาระเร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องเผชิญ รัฐบาลจึงได้เดินหน้าผลักดันโครงการนำร่อง “รถเก่าแลกรถใหม่” เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านประเทศสู่การใช้ยานยนต์ที่มลพิษต่ำ การใช้น้ำมันลดลง และมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงสุด โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับยานยนต์ที่ผลิตภายในประเทศ ทั้งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไฮบริด และรถยนต์สันดาปประสิทธิภาพสูง ที่รองรับน้ำมัน E20 และ E85
นายกิตติศักดิ์ วัธนเวคิน นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย เปิดเผยว่า การกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนจากรถยนต์เก่าสู่ยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำที่ผลิตในประเทศ เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่สำคัญของการสร้างความสมดุลทางพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมการใช้รถยนต์สันดาปที่รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์95 และน้ำมัน E20 (น้ำมันเบนซินผสมเอทานอล 20%) หรือ E85 (น้ำมันเบนซินผสมเอทานอล 85%) จะลดการนำเข้าน้ำมันดิบ หันมาใช้เอทานอลที่ผลิตจากพืชผลทางการเกษตรที่ผลิตได้เองสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เชื่อมโยงภาคเกษตรกรรมไทยเข้ากับอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด
ทั้งนี้ สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย และสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง ออกมาสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการผลักดันการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเฉพาะ E20 และ E85 ให้ก้าวขึ้นเป็นพลังงานหลักในภาคขนส่งของประเทศ ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานโลกที่ยังคงไม่แน่นอน
“เราพร้อมที่จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่ระดับต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อรองรับปริมาณวัตถุดิบทางเกษตรจะมีเพียงพอและมีเสถียรภาพสอดรับกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการขับเคลื่อนนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาสมดุลทางพลังงาน แต่ยังเป็นการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน' ที่ดึงเอาศักยภาพของภาคเกษตรกรรมไทยมาช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด” นายกิตติศักดิ์ กล่าว
นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ นายกสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีศักยภาพการผลิตเอทานอลจากวัตถุดิบภายในประเทศ ทั้งอ้อย กากน้ำตาล และมันสำปะหลัง โดยมีกำลังการผลิตรวมกว่า 7 ล้านลิตรต่อวัน จากโรงงาน 28 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันการใช้เอทานอลอยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้านลิตรต่อวัน จึงมีความพร้อมรองรับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นจากยานยนต์สันดาปประสิทธิภาพสูงที่รองรับน้ำมัน E20 และ E85 และหากมีการผลักดัน E20 เป็นน้ำมันพื้นฐานอย่างจริงจัง ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันได้อย่างมีนัยสำคัญ
การที่ภาครัฐวางกรอบแนวคิดขับเคลื่อน “น้ำมัน E20” ให้เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐาน (Base Grade) ของประเทศ ถือเป็นก้าวย่างทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยในระยะยาว เพื่อลดการพึ่งพานำเข้าน้ำมันดิบ และยังเป็นมาตรการรับมือกับสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงานโลก การผลักดันเชื้อเพลิงชีวภาพยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย โดยเฉพาะมันสำปะหลังซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอล ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกร และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม
ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ได้ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริดแบบเชื้อเพลิงยืดหยุ่น (Flex-Fuel Plug-in Hybrid: FFV-PHEV) รองรับการเติมเชื้อเพลิงผสมระหว่างน้ำมันเบนซินกับเอทานอลได้ตามความต้องการ ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานผ่านการใช้ผลผลิตทางเกษตรอย่างอ้อยและมันสำปะหลัง ทั้งยังเป็นกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืน เนื่องจากเอทานอลมีการเผาไหม้ที่สะอาดกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงช่วยลดทั้งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ