ซิงเกอร์ประเทศไทย เปิดเผยแผนกลยุทธ์ระยะ 3 ปี ภายใต้โครงการ “JUMP+ Plan” ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยตั้งเป้าผลักดันกำไรสุทธิแตะระดับ 1,100 ล้านบาท ภายในปี 2571 จากระดับ 105 ล้านบาทในปี 2568 สะท้อนการเข้าสู่ “รอบการเติบโตใหม่” ของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER เปิดเผยว่า การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ เป็นมากกว่าการฟื้นฟูผลประกอบการ แต่เป็นการยกระดับทั้งองค์กรเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ Growth, Profitability & Efficiency และ Stability ซึ่งจะช่วยปลดล็อกศักยภาพธุรกิจในทุกมิติ ทั้งรายได้ โครงสร้างกำไร และความเชื่อมั่นของนักลงทุน
โดยขับเคลื่อนการเติบโตแบบยกเครื่องทั้งระบบ มุ่งสู่การเป็น “Financial Services Network Tech” โดยใช้เทคโนโลยีเป็นแกนหลักในการขยายธุรกิจ ผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ (1) การปรับโครงสร้างต้นทุนสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ SINGER เพื่อยกระดับอัตรากำไร (2) กลยุทธ์การขยายทีมขายและการขยายช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้ง Direct Sale ด้วยการขยายสาขา และดีลเลอร์ทั่วประเทศ และ (3) Digital Transformation ยกระดับองค์กร เดินหน้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจ นำเทคโนโลยี AI มาพัฒนาการขาย และช่องทางการขายและให้บริการลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขาย ลดต้นทุน และสร้าง Customer Experience แบบ End-to-End ซึ่งจะเป็น Game Changer ในการขยายรายได้ในอนาคต ยกระดับ SINGER สู่การเป็นผู้นำแพลตฟอร์มค้าปลีก–การเงินในยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากการเติบโตทางธุรกิจ SINGER ยังเดินหน้ายกระดับธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ผ่านการพัฒนา Data Governance Framework และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการควบคุมภายในและบริหารความเสี่ยง เพื่อป้องกันการทุจริต การใช้ข้อมูลภายใน และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก (GHG Inventory) เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG ในระยะยาว
นายนราธิป กล่าวเพิ่มเติมว่า การเข้าร่วมโครงการ “JUMP+” ถือเป็นก้าวสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านของ SINGER สู่ “Tech-Driven Network Company” โดยผสานจุดแข็งด้านเครือข่ายขายทั่วประเทศเข้ากับ Data และ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมเชื่อมโยง Ecosystem ธุรกิจค้าปลีกและสินเชื่อในกลุ่ม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนรายได้จากการขายแบบผ่อนชำระ (Hire Purchase) ที่มีสัดส่วนมากกว่า 80% ของยอดขาย
“เราไม่ได้มองเพียงการกลับมาทำกำไร แต่ต้องการสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ และเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืนในระยะยาว”