xs
xsm
sm
md
lg

QUICK จ่อขาย IPO เข้า mai ภายในปี 69 หลังนับหนึ่งไฟลิ่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นับหนึ่งไฟลิ่ง บมจ.ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น [QUICK] เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 32 ล้านหุ้น คาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในปี 2569 เพื่อระดมทุนรองรับการขยายธุรกิจ ท่ามกลางแนวโน้มอุตสาหกรรมดิจิทัลที่เติบโตต่อเนื่อง โดยครอบคลุมตั้งแต่ระบบ ERP บน Microsoft การเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time ไปจนถึงการวิเคราะห์เชิงลึกด้วย AI สร้าง Digital Ecosystem ที่เชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ระดับปฏิบัติการถึงระดับบริหารอย่างครบวงจร

นางสาวจิรยง อนุมานราชธน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า QUICK ดำเนินธุรกิจให้บริการที่ปรึกษาและติดตั้งระบบดิจิทัลแบบครบวงจร (End-to-End Digital Transformation Provider) ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลระบบ โดยมีความเชี่ยวชาญหลักด้านระบบ ERP ที่ตอบโจทย์องค์กรทุกขนาด ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกว่า 20 ปี บริษัทมุ่งนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของลูกค้า ดังนั้น ปรัชญาดังกล่าวสะท้อนผ่านชื่อ "QUICK" ที่สื่อถึงความสำคัญของเวลา ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในการขับเคลื่อนธุรกิจ

QUICK เตรียมพร้อมเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 32,000,000 หุ้น หรือคิดเป็น 31.37% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทฯ ในครั้งนี้ โดยมีมูลค่าที่ตราไว้ (Par) หุ้นละ 0.50 บาท พร้อมเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาด mai ในกลุ่มอุตสาหกรรม (Industry) เทคโนโลยี หมวดธุรกิจ (Sector) เทคโนโลยี

วัตถุประสงค์ในการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อนำไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) การพัฒนาโครงการฝึกอบรมบุคลากร (Academy & Talent Pool Program) การลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investment) และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน (Working Capital) เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและรองรับการเติบโตในอนาคต

นายไพศาล แซ่ลี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร QUICK กล่าวว่า บริษัทมีความเชี่ยวชาญในการออกแบบและติดตั้งระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning: ERP) แบบครบวงจร โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นพันธมิตร (Partner) อย่างเป็นทางการจาก Microsoft Corporation (Microsoft) ในการให้บริการโซลูชันบนแพลตฟอร์ม Microsoft Dynamics 365 และได้รับการยอมรับในฐานะพันธมิตรระดับผู้เชี่ยวชาญ (Specialist Partner) ในสาขา Finance และ Supply Chain อีกทั้งยังได้รับรางวัลจาก Microsoft อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและศักยภาพในการให้บริการในระดับสากล

จากรากฐานด้าน ERP บริษัทได้ต่อยอดสู่การพัฒนาโซลูชันแบบครบวงจร แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ (1) Business Solutions โซลูชันด้านการบริหารจัดการองค์กร เช่น Microsoft Dynamics 365 และ Copilot รวมทั้ง (2) Digital Workplace Solutions เครื่องมือสนับสนุนการทำงานในยุคดิจิทัล และ (3) IoT Solutions โซลูชันเชื่อมต่อข้อมูลจากเครื่องจักรและกระบวนการผลิตแบบ Real-time ร่วมกับพันธมิตร เช่น Rockwell, Advantech และ PTC อีกทั้ง ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นเอง เพื่อให้เกิดการใช้ข้อมูลอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของลูกค้า และขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทอย่างยั่งยืน

ผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 66-68) บริษัทมีรายได้รวม 229.74 ล้านบาท 240.78 ล้านบาท และ 301.44 ล้านบาท ตามลำดับ เติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยในปี 68 รายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 25.2% (YoY) โครงสร้างรายได้แบ่งเป็น รายได้จากการขาย 147.43 ล้านบาท เติบโต 34.9% YoY และรายได้จากการให้บริการ 150.89 ล้านบาท เติบโต 16.6% YoY รายได้หลักยังมาจากหน่วยธุรกิจ Business Solutions คิดเป็น 85.56% ของรายได้รวม ขณะที่ Digital Workplace Solutions อยู่ที่ 10.62% และ IoT Solutions ประมาณ 2.79%

การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีของภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการนำระบบ ERP, Cloud และ AI มาใช้ รวมถึงการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก เช่น การผลิต บริการ และค้าปลีก

ขณะที่กำไรสุทธิในช่วงปี 66-68 อยู่ที่ 34.49 ล้านบาท 42.71 ล้านบาท และ 51.97 ล้านบาท ตามลำดับ เติบโตเฉลี่ย 20-25% ต่อปี ในปี 68 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น 45.61% อัตรากำไรสุทธิ 17.24% สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและรักษา Margin ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้มีการขยายธุรกิจและลงทุนเพิ่ม

ด้านโครงสร้างทางการเงิน บริษัทมีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อ EBITDA (IBD/EBITDA) เพียง 0.25 เท่า แสดงถึงระดับ Leverage ที่ต่ำและความแข็งแกร่งทางการเงิน นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้ประจำ (Recurring Income) จากการขาย License และบริการบำรุงรักษาระบบ (MA) คิดเป็นประมาณ 56% ของรายได้รวมในปี 68 ช่วยเสริมความมั่นคงของกระแสรายได้ในระยะยาว

ณ สิ้นปี 68 บริษัทมีงานในมือ (Backlog) ประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานให้บริการติดตั้งและพัฒนาระบบที่จะทยอยรับรู้รายได้ในปี 69