บางจากฯ จับมือ AAS หนุนมอเตอร์สปอร์ตไทยต่อเนื่อง ล่าสุดดัน “เติ้น ทัศนพล” สู่เวทีระดับโลก Formula 2 พร้อมยกระดับน้ำมันพรีเมียมไปอีกขั้น กับ Bangchak Hi Premium 98+ Plus
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บางจากฯ ร่วมกับ AAS Auto Service เดินหน้าสานความร่วมมือสนับสนุน “เติ้น” นายทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ นักแข่งมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จจากผลงานในศึก Formula 3 (F3) ที่ผ่านมา สู่การแข่งขัน FIA Formula 2 Championship ฤดูกาล 2026 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญก่อนก้าวสู่การแข่งขันระดับสูงสุดของโลกอย่าง Formula 1 ตอกย้ำศักยภาพของคนไทยในวงการมอเตอร์สปอร์ต ที่สามารถก้าวขึ้นไปแข่งขันและยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งในระดับนานาชาติ
ความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างโอกาส และผลักดันนักแข่งไทยสู่ความสำเร็จในเวทีระดับโลก พร้อมสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศในระยะยาว โดยสะท้อนถึงจุดยืนร่วมกันของ บางจากฯ และ AAS ในการมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของคนไทยสู่มาตรฐานสากล
ขณะเดียวกัน บางจากฯ ได้พัฒนานวัตกรรมน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้แนวคิด “Regenerative Power” ที่ล่าสุดได้ยกระดับมาตรฐานน้ำมันเกรดพรีเมียมสู่ “Bangchak Hi Premium+ Plus” น้ำมันพรีเมียมเกรดสูงสุดของบางจาก ได้แก่ Bangchak Hi Premium 98+ Plus พรีเมียมแก๊สโซฮอล์ที่มีค่าออกเทนสูงกว่า 98+ และ Bangchak Hi Premium Diesel+ Plus พรีเมียมดีเซลสูตรใหม่ ที่ปกป้องเครื่องยนต์และวิ่งได้ระยะทางมากขึ้น
“ในปีนี้ บางจากฯ ขอส่งมอบน้ำมัน Bangchak Hi Premium 98+ Plus พรีเมียมแก๊สโซฮอล์ที่มีค่าออกเทนสูงที่สุดในไทย ให้เป็นน้ำมันถังแรกของยานยนต์สมรรถนะสูง มาตรฐานระดับโลก อย่าง Porsche, Bentley และ Harley-Davidson ทุกคันที่จัดจำหน่ายผ่านศูนย์ AAS Auto Service เพื่อตอบโจทย์ทั้งเรื่องสมรรถนะที่แรงเต็มพิกัด”นายชัยวัฒน์กล่าว
นายวุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่าบางจากสนับสนุน AAS Motorsport อย่างต่อเนื่อง นับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ให้เติบโตขึ้นในระดับสากล และเปิดโอกาสให้นักแข่งไทยได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่บนเวทีระดับโลกในอนาคต
จากผลงานโดดเด่นในศึก FIA Formula 3 Championship ฤดูกาล 2025 ของ “เติ้น ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย ด้วยการเก็บคะแนนรวมได้ถึง 74 คะแนน จบอันดับที่ 7 พร้อมคว้าชัยชนะ ถึง 3 สนามที่ Silverstone ประเทศอังกฤษ, Hungaroring ประเทศฮังการี และ Monza ประเทศอิตาลี ได้สะท้อนถึงพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด และตอกย้ำสถานะในฐานะความหวังใหม่ของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย พร้อมก้าวขึ้นสู่เวทีที่สูงขึ้น และต่อยอดความสำเร็จสู่ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่อย่างมั่นคง