xs
xsm
sm
md
lg

วิกฤตน้ำมันแพงปลุกดีมานด์อีวี ยอดขายทั่วโลกมี.ค.พุ่งกระฉูด66%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


วิกฤตน้ำมันแพงจากสงครามในตะวันออกกลางปลุกกระแสอีวีที่ก่อนหน้านี้แผ่วลงในบางตลาดให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
กระแสอีวีที่ก่อนหน้านี้เริ่มแผ่วลงในบางประเทศกลับมาคึกคักอีกครั้งจากวิกฤตน้ำมันแพงที่ผลักดันให้ผู้ขับขี่ทั้งในเอเชีย ยุโรป อเมริกา และประเทศอื่นๆ อีกมากมาย ต้องมองหาทางเลือกใหม่เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกเดือนมีนาคมพุ่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้าถึง 66% เป็น 1.75 ล้านคัน

นับจากที่อเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ดีมานด์รถยนต์ไฟฟ้าพุ่งขึ้นอย่างชัดเจนจากก่อนหน้านี้ที่อัตราการยอมรับอีวีแผ่วลง สาเหตุสำคัญคือ ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นทั่วโลก และเป็นแรงจูงใจหลักที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้อีวีเพื่อบรรเทาปัญหาต้นทุนพลังงานที่ไม่สามารถคาดเดาได้

ซีเอ็นบีซีรายงานว่า ออกโตพัส อิเล็กทริก วิฮิเคิลส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอีวีที่ให้บริการครบวงจรในสหราชอาณาจักร ได้รับการสอบถามเกี่ยวกับการเช่าซื้ออีวีเพิ่มขึ้น 36% ขณะที่ออโต้เทรดเดอร์ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายรถยนต์ทั้งป้ายแดงและมือสองชั้นนำในอเมริกาและยุโรป ระบุว่า ลูกค้าสอบถามเกี่ยวกับอีวีใหม่เพิ่มขึ้น 28% และ 15% สำหรับอีวีมือสอง

ขณะเดียวกัน ข้อมูลของค็อกซ์ ออโตโมทีฟ ผู้นำด้านบริการซื้อขายรถยนต์ ซอฟต์แวร์ และข้อมูลยานยนต์ระดับโลก ตอกย้ำว่า ราคาเชื้อเพลิงที่แพงขึ้นไม่ได้แค่กระตุ้นความสนใจในอีวีเท่านั้น แต่ยังทำให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นด้วย

ดีมานด์อีวีที่เพิ่มขึ้นขณะนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้บริโภคจำนวนมากหันกลับไปหารถเครื่องยนต์สันดาปเนื่องจากต้นทุนพลังงานลดลง ขณะที่ห่วงโซ่อุปทานสำหรับอีวีมีความท้าทาย ทว่า สงครามในอิหร่านทำให้กระแสพลิกกลับอีกรอบ

รายงานฉบับใหม่จากเบนช์มาร์ก มิเนอรัล อินเทลลิเจนซ์ระบุว่า เดือนที่ผ่านมา ผู้บริโภคทั่วโลกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า 1.75 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 66% เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์
ยุโรปเป็นตลาดที่มาแรงที่สุดด้วยยอดขายทะลุ 500,000 คันเป็นครั้งแรก หรือเพิ่มขึ้น 37% จากเดือนมีนาคม 2025

ฝรั่งเศสเป็นตัวอย่างชัดเจนของ “การตื่นตระหนก” หลังจากราคาน้ำมันแพงขึ้นอย่างรวดเร็วจนคนเริ่มกังวลว่า จะไม่มีน้ำมันเติมรถ ส่งผลให้ยอดขายอีวีเดือนมีนาคมพุ่งทะยานถึง 69%

ยอดการจดทะเบียนอีวีใหม่ในนิวซีแลนด์เดือนที่แล้วดีดแรงถึง 263% จากปัจจัยเดียวกัน

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ถ้าราคาน้ำมันยังไร้เสถียรภาพแบบที่เป็นอยู่ ความสนใจในอีวีจะเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน และส่งผลระยะยาวสำหรับผู้ผลิตและอุตสาหกรรมการเดินทางขนส่งทั่วโลก

ยอดขายอีวีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พุ่งกระฉูดเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ นับจากสงครามระเบิดขึ้นในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นราว 50% เอเชียเป็นภูมิภาคที่ได้รับกระทบจากวิกฤตพลังงานหนักหน่วงมาก แต่ขณะเดียวกันก็ถือเป็นลาภลอยสำหรับผู้ผลิตอีวีอย่างวินฟาสต์ของเวียดนาม ตลอดจนถึงบริษัทรถจีนหลายแห่ง

พนักงานออฟฟิศคนหนึ่งที่กำลังเดินดูรถในโชว์รูมวินฟาสต์ในฮานอย บอกว่า ครอบครัวมีรถเครื่องยนต์สันดาปอยู่แล้ว 1 คัน แต่กำลังชั่งใจซื้ออีวีเพื่อลดภาระค่าน้ำมัน

ว่าที่ลูกค้าอีกคนที่มีอาชีพครูพูดคล้ายกันว่า อีวีดีกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปในแง่การประหยัดเชื้อเพลิง แถมยังไม่ต้องไปต่อคิวรอเติมน้ำมัน

วินฟาสต์ที่จดทะเบียนในตลาดแนสแด็ก เผยว่า ยอดขายเดือนเดือนมีนาคมในเวียดนามพุ่งขึ้นถึง 127% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว อยู่ที่ 27,600 คัน

ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมา อีวีครองสัดส่วนยอดขายรถโดยรวมในเวียดนามถึง 40% แต่ปีนี้กระแสยิ่งแรง โชว์รูมบางแห่งบอกว่า ต้องขยายเวลาให้บริการเพื่อรองรับดีมานด์ที่พุ่งขึ้นดุเดือด

สำหรับประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทอีวีจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบีวายดี คู่แข่งตัวฉกาจของเทสลา กำลังเติบโตสุดขีด

บีวายดีกวาดยอดจองในงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ของไทยที่จัดขึ้นช่วงต้นเดือนเมษายนสูงสุดเป็นอันดับ 1 แซงหน้าโตโยต้าเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังทำยอดขายเพิ่มขึ้นในฟิลิปปินส์

ขณะที่ยอดขายในจีนซบลงจากการแข่งขันดุเดือด บีวายดีคาดหวังเพิ่มโมเมนตัมในตลาดต่างแดน โดยบริษัทตั้งเป้าทำยอดส่งออกปี 2026 เกิน 1.5 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจาก 1.3 ล้านคันที่ประกาศเมื่อเดือนมกราคม

สมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) เผยว่า ยอดขายอีวีจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นตลาดสำคัญเพิ่มขึ้น 2 เท่าในเดือนมีนาคม ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีที่แล้ว

ญวน เกรแฮม นักวิเคราะห์ของเอมเบอร์ กลุ่มคลังสมองด้านพลังงาน ย้ำว่า ปัจจัยด้านเศรษฐศาสตร์คือเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ดีมานด์รถยนต์ไฟฟ้าพุ่งทะยานในขณะนี้

ขณะเดียวกัน สถานีชาร์จอีวีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ต้นเดือนเมษายนรัฐบาลอินโดนีเซียให้สัญญาว่า จะดำเนินการอย่างจริงจังมากขึ้นเพื่อเร่งรัดการพัฒนาระบบนิเวศอีวีแห่งชาติเพื่อจัดการสถานการณ์การใช้พลังงานที่สูงมาก

แคปิตอล อิโคโนมิกส์ระบุว่า ขณะนี้ปรากฏสัญญาณว่า ดีมานด์รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญไม่เฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น ตัวอย่างเช่นการจดทะเบียนอีวีในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และนิวซีแลนด์ในเดือนมีนาคมที่เพิ่มขึ้นเกินสองเท่า และเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในอินเดียและออสเตรเลีย