กระทรวงพลังงาน จับมือ กฟผ. เยี่ยมชม "โครงการผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน” โดยใช้สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นช่องทางจัดจำหน่าย" ที่ อ.สามเงา จ.ตาก หลังจาก “ลำไยอบแห้ง Golden Nature’s” ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ มั่นใจภาพลักษณ์ใหม่ สามารถขยายตลาด ยกระดับคุณภาพชุมชนได้
เมื่อเร็วๆ นี้ นางพัทธ์ธีรา สายประทุมทิพย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายวิภู พิวัฒน์ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า กฟผ. ได้เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ลำไย หมู่ 7 อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ซึ่งถือเป็นต้นแบบวิสาหกิจชุมชนที่นำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาใช้ในกระบวนการผลิต หลังจากที่ “ลำไยอบแห้ง Golden Nature’s” ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ “ผลิตภัณฑ์ชุมชนลดใช้พลังงาน”
พร้อมใช้การสื่อสารผ่านแคมเปญ “กินพี่…แล้วหมีหนาว” สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้สินค้าชุมชน ชูจุดเด่นการใช้ตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขยายช่องทางการขายสู่ร้านกาแฟพันธุ์ไทยในปั๊ม PT เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชน ตอกย้ำแนวคิดบริโภคสินค้าไทย ช่วยลดโลกร้อน และให้หมีขั้วโลกได้กลับมาหนาวอีกครั้ง
นางพัทธ์ธีรา สายประทุมทิพย์ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากด้วยการนำนวัตกรรมพลังงานเข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และลดการใช้พลังงานฟอสซิล ซึ่งสินค้าที่จะได้รับตราสัญลักษณ์ “ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน” จะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานความเข้มข้น 4 ด้าน ทั้งในเรื่องมาตรฐานสินค้า การลดใช้พลังงาน การลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และการจัดการของเสีย เพื่อยืนยันถึงคุณภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
“กระทรวงพลังงานได้สื่อสารผ่านแคมเปญ “กินพี่…แล้วหมีหนาว” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้สินค้าชุมชน โดยใช้ “หมีขั้วโลก” เป็นสื่อกลางว่า การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะช่วยลดโลกร้อนได้อย่างเป็นรูปธรรมและสนุกสนาน เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในวงกว้าง และร่วมมือกับสถานีบริการน้ำมันเพื่อเป็นช่องทางการจัดจำหน่าย”
สำหรับผลิตภัณฑ์ “ลำไยอบแห้ง โกลเด้นเนเจอร์ (Golden Nature’s)” ถือเป็นผลผลิตล้ำค่าจากผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำจากเขื่อนภูมิพล มีเอกลักษณ์เนื้อสีทองสวยงามและรสชาติโดดเด่น โดยการันตีคุณภาพด้วยมาตรฐาน อย. มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน และ OTOP นอกจากความโดดเด่นของวัตถุดิบแล้ว กระบวนการผลิตยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้ “ตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์” แทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลให้มีการใช้พลังงานต่ำกว่าการใช้พลังงานในการผลิตผลไม้อบแห้งทั่วไป และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เหลือเพียง 0.035 กิโลกรัมต่อห่อ (ขนาด 50 กรัม) ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำมาก อีกทั้งยังมีการบริหารจัดการของเสียเหลือทิ้ง ด้วยการนำไปแปรรูปเป็นปุ๋ยและอาหารสัตว์ ช่วยสร้างสมดุลทางสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
นอกจากความสำเร็จในเชิงสิ่งแวดล้อมแล้ว โครงการนี้ยังสร้างปรากฏการณ์ด้านยอดขายที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ภายหลังจากกระทรวงพลังงานและ กฟผ. ได้ประสานความร่วมมือกับผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายเข้าสู่สถานีบริการน้ำมัน โดยนำ “ลำไยอบแห้ง” ไปวางขายในร้านกาแฟพันธุ์ไทยของปั๊ม PT ทำให้จากเดิมที่เคยมียอดขายรวมต่อปีเพียงหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทในช่วงปีที่ผ่านมา แต่พอมาปีที่แล้ว (ปี 2568) กลับพุ่งสูงถึง 1.2 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 11 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการกระจายรายได้สู่เกษตรกรและสมาชิกในชุมชนอำเภอสามเงาอย่างยั่งยืน
“ความสำเร็จของโครงการนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เทคโนโลยีด้านพลังงาน สามารถยกระดับรายได้ของชุมชนให้เติบโตขึ้นได้ถึง 11 เท่า ควบคู่ไปกับการดูแลโลกอย่างเป็นรูปธรรม จึงอยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมกันอุดหนุนสินค้าหมีหนาว หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการลดใช้พลังงาน (ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน) เพราะทุกการสนับสนุนของท่าน ไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมอาชีพ สร้างรอยยิ้ม สร้างรายได้สู่ชาวบ้าน แต่ยังเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก และพาประเทศไทยก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ไปด้วยกันอีกด้วย” นางพัทธ์ธีรา กล่าวทิ้งทาย
โครงการผลิตภัณฑ์ชุมชนลดใช้พลังงาน (หมีหนาว)
วัตถุประสงค์: ส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาด (เช่น พลังงานแสงอาทิตย์) มาใช้ในกระบวนการแปรรูปผลผลิต เพื่อลดต้นทุนพลังงานฟอสซิล ลดโลกร้อน และสร้างรายได้ที่ยั่งยืน
ผลิตภัณฑ์นำร่อง: สินค้าชุมชนคุณภาพ เช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์, กล้วยตากพลังงานแสงอาทิตย์, ลำไยอบแห้ง, ข้าวแต๋น และผลไม้กวน
ช่องทางจำหน่าย: วางจำหน่ายบนชั้นพิเศษในร้านค้าสถานีบริการน้ำมันพันธมิตร เช่น ร้านไทยเด็ด, Jiffy, PT Maxmart, ร้านกาแฟพันธุ์ไทย, Shell Café และสถานีบริการคาลเท็กซ์
จุดเด่น: สินค้าได้รับตราสัญลักษณ์การันตีว่าผ่านกระบวนการที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ได้จริง
แคมเปญการตลาด: ใช้แฮชแท็ก #กินพี่แล้วหมีหนาว เพื่อสื่อถึงการกินผลิตภัณฑ์ที่มาจากกระบวนการรักษ์โลก (หมีหนาว = เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดโลกร้อน)