xs
xsm
sm
md
lg

แบกต้นทุนไม่ไหว โรงกลั่น"APAC"ลดผลิต-หยุดชั่วคราว -ปตท.ยันเดินเครื่องปกติ.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ปตท.ยืนยันเดินเครื่องโรงกลั่นปกติแม้ภาวะต้นทุนจะเพิ่มสูง
ผู้จัดการออนไลน์ -โรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในสิงคโปร์และมาเลเซีย กำลังเผชิญภาวะวิกฤตจนต้องประกาศลดกำลังการผลิตและบางแห่งถึงขั้นหยุดเดินเครื่องชั่วคราว ขณะที่ปตท.ยันยังแบกไหวเดินเครื่องปกติ

รายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักระบุว่า จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน จนทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันดิบกระทบโรงกลั่นต่างๆ โดยโรงกลั่นน้ำมันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ทยอยลดกำลังการผลิตและบางแห่งถึงขั้นหยุดเดินเครื่องชั่วคราว โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านธุรกิจและต้นทุน ส่งผลให้มีการลดกำลังการผลิตในหลายประเทศ
อาทิ Prefchem ในมาเลเซียได้ปิดหน่วยกลั่นหลักไปแล้ว ขณะที่ยักษ์ใหญ่อย่าง ExxonMobil และ SRC ในสิงคโปร์ต้องหั่นกำลังการผลิตลงเหลือเพียง 50-60% เพราะไม่สามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางที่เคยเป็นแหล่งวัตถุดิบหลักกว่า 65-70% ได้ตามปกติ ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการส่งมอบน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีไปทั่วภูมิภาค
 
อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทย มีรายงานว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยังคงเดินเครื่องการผลิตตามปกติ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการเชิงธุรกิจเป็นหลัก

ทั้งนี้ ปตท. ได้จัดหาน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางล่วงหน้า ปริมาณประมาณ 2 ล้านบาร์เรล ซึ่งอยู่ระหว่างการขนส่งด้วยเรือ Serifos และมีกำหนดถึงประเทศไทยในระยะใกล้

การตัดสินใจจัดหาน้ำมันดิบดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตที่ตลาดโลกอยู่ในภาวะตึงตัวและมีความต้องการสูง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแตะระดับประมาณ 130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้บริษัทต้องรับภาระต้นทุนที่สูงกว่าปกติ

ปตท. ประเมินว่าการจัดหาน้ำมันในช่วงเวลาดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงขาดทุนในระยะสั้น หากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลงในภายหลัง โดยคาดว่ามูลค่าผลกระทบอยู่ที่ประมาณ 500–1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปตท. ยังคงมุ่งเน้นรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศเป็นหลัก.