กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยธุรกิจทำบุญออนไลน์ การท่องเที่ยวสายบุญ มีแนวโน้มเติบโต หลังคนรุ่นใหม่นิยมทำบุญผ่านช่องทางออนไลน์ และประชาชนนิยมเดินทางท่องเที่ยวสายบุญกันมากขึ้น โดยเฉพาะวันหยุดยาว หรือวันสำคัญทางศาสนา แนะธุรกิจปรับตัว ตอบสนองความต้องการ มีโอกาสทำเงินเพิ่มขึ้นแน่
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ พุทธศานิกชนนิยมเข้าวัดทำบุญในช่วงวันพระหรือวันหยุดยาวโดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่าง ๆ เช่น สงกรานต์ เป็นต้น และยังมีเทศกาลอื่น ๆ ที่ชาวพุทธนิยมไปทำบุญ เช่น ทำบุญวันคล้ายวันเกิด การขอพรพระให้หายจากอาการเจ็บป่วย การสอบแข่งขัน งานบวช การทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ไปจนถึงการจัดงานศพ ซึ่งปัจจุบันการจัดกิจกรรมทางศาสนามีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิตมากขึ้น จากการทำบุญแบบเดิมที่ต้องซื้อของใช้ทำบุญถวายสังฆทาน การเดินทางไปที่วัดหรือศาสนสถานต่าง ๆ เพื่อบริจาคเงิน หรือปล่อยสัตว์ตามความเชื่อ เปลี่ยนเป็นการทำบุญรูปแบบใหม่ที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการทำบุญผ่านช่องทางออนไลน์ที่สอดรับกับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่
ทั้งนี้ ชาวพุทธส่วนใหญ่นิยมทำบุญโดยการถวายสังฆภัณฑ์ หรือเครื่องสังฆทาน ประกอบไปด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง ยา เครื่องอัฐบริขาร ผ้าไตร จีวร ของใช้ที่จำเป็น สบู่ ยาสีฟัน รองเท้า มีดโกน หลอดไฟ และอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้ธุรกิจในหมวดหมู่ธุรกิจร้านขายปลีกสินค้าใหม่อื่น ๆ ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น ได้รับอานิสงส์จากการทำบุญในเทศกาลต่าง ๆ ของชาวพุทธด้วย
โดยปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค.2569) ธุรกิจดังกล่าวที่จดทะเบียนนิติบุคคลและดำเนินกิจการอยู่มีจำนวน 2,736 ราย ทุนจดทะเบียน 8,282.76 ล้านบาท ในจำนวนนี้หากวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์ของนิติบุคคล พบว่า มีธุรกิจที่ระบุถึงการจำหน่ายสังฆทานจำนวน 42 ราย ทุนจดทะเบียน 99.32 ล้านบาท แม้ตัวเลขอาจดูไม่สูงนักเป็น เพราะธุรกิจจำหน่ายสังฆทาน ส่วนใหญ่จัดตั้งในรูปแบบร้านค้าทั่วไปและไม่นิยมมาจดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคล หากธุรกิจกลุ่มนี้สามารถพัฒนาและจัดระบบการบริหารให้เข้าสู่การดำเนินธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลได้ ก็จะทำให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือและมีโอกาสที่จะต่อยอดขยายธุรกิจให้เติบโตต่อไปอีกได้
อย่างไรก็ดี การทำบุญในรูปแบบออนไลน์ได้เข้ามาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน ธุรกิจหลายรายปรับตัวให้ผู้บริโภคมีช่องทางการทำบุญแบบออนไลน์ โดยเฉพาะผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีภารกิจมากหรือไม่สะดวกไปทำบุญด้วยตนเอง ก็อาจใช้บริการให้ผู้อื่นทำแทน ตั้งแต่การเลือกชุดสังฆทานที่มีสินค้าหลากหลายผ่านทางออนไลน์ ไปจนถึงการนำชุดสังฆทานไปถวายวัดโดยใช้บริการของร้าน การบริการปล่อยปลา หรือแม้กระทั่งธุรกิจการทำบุญเลี้ยงพระก็มีบริการให้เลือกหลากหลายขนาดตามกำลังทรัพย์ของแต่ละบุคคล การทำบุญออนไลน์ถือเป็นช่องทางการขายประเภทหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยม และยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถเสนอขายสินค้าของตนเองในรูปแบบที่แตกต่าง เช่น การจัดแพกเกจสินค้าให้มีความน่าสนใจ เช่น ชุดสังฆทานอุปกรณ์ห้องน้ำของบริษัทผลิตอุปกรณ์ในห้องน้ำ ชุดสังฆทานเครื่องมือแพทย์ของบริษัทเครื่องมือแพทย์ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังพบว่า ธุรกิจทัวร์แพกเกจท่องเที่ยวสายบุญ ก็มีแนวโน้มเติมโต จากการที่ชาวพุทธใช้เวลานี้ไปกับการเดินทางไปทำบุญ ไหว้พระ ในโอกาสต่าง ๆ โดยปัจจุบันมีธุรกิจจัดนำเที่ยว ที่ดำเนินกิจการอยู่ 10,305 ราย ทุนจดทะเบียน 37,482.76 ล้านบาท หากมีการจัดทัวร์สายบุญ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท ทำให้ผู้ท่องเที่ยวอิ่มบุญ และยังเป็นการกระจายรายได้ไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ลงลึกไปยังธุรกิจท้องถิ่นทั้งการจำหน่ายสินค้าที่ระลึกประจำท้องถิ่น โรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง ซึ่งช่วยกระตุ้นรายได้ให้แก่ชุมชน สร้างงานในพื้นที่ รวมทั้งเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
“ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำบุญ ทั้งการทำบุญออนไลน์ และการท่องเที่ยวสายบุญ สามารถใช้โอกาสนี้ ปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภค และปรับรูปแบบการนำเสนอสินค้าให้ตรงความต้องการของผู้บริโภคที่ถือว่าเป็นกลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ ก็จะสามารถสร้างความมั่นคงให้แก่ธุรกิจในระยะยาวได้เพิ่มขึ้น”นายพูนพงษ์กล่าว