xs
xsm
sm
md
lg

เปลี่ยน“หัวหน้างาน”ให้เป็น“โค้ช” ได้คู่มือสร้างผู้นำรุ่นใหม่ในองค์กร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเมื่อเร็วๆนี้ บนเวทีเสวนาเปิดตัวหนังสือใหม่ “เปลี่ยนหัวหน้างานให้เป็นโค้ช สร้างผู้นำรุ่นใหม่ในองค์กร “ ได้พูดถึงความสำคัญของทักษะการโค้ชสำหรับหัวหน้างาน เพื่อให้สามารถสร้างผลงานในระดับทีมได้ พัฒนาคนให้เก่งขึ้นได้ และลดการกระจุกตัวของงานไว้ที่หัวหน้าคนเดียว

ดร.ดไนยา ตั้งอุทัยสุข (อ.หนิง) โค้ชผู้บริหาร ที่มีคุณวุฒิรับรองมาตรฐานการโค้ชระดับสูงสุด หรือMCC จาก ICF ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้แชร์ความรู้และประสบการณ์จากการร่วมงานกับองค์กรต่างๆนับ 10 ปีว่า การโค้ชเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคนที่มีประสิทธิผล และทักษะสำคัญที่หัวหน้างานในบทบาทของโค้ชที่ต้องมี ก็คือ

การฟัง - ฟังให้เข้าถึงความเป็นจริงของเขา
การถาม - ถามด้วยความคิดที่อยากเข้าใจ
การให้ฟีดแบค - เปรียบเสมือนการให้วิตามิน ไม่ใช่ ยาขม ทำให้ผู้รับและผู้ให้
สามารถพูดได้อย่างตรงไปตรงมาและไม่สะเทือนใจ เท่ากับสร้างบรรยากาศของที่ทำงาน
ให้สามารถพูดคุยแสดงความคิดเห็นได้อย่างปลอดภัย

ดังนั้นเพื่อความสำเร็จในสังคมธุรกิจยุคใหม่ คุณจะเลือกจะเป็นผู้บริหารหรือผู้นำแบบไหน…
ผู้นำทั่วไป เพียงแค่สั่งงานได้
ผู้นำที่เก่ง สามารถนำทีมให้บรรลุเป้าหมายได้
ผู้นำที่เป็นโค้ช สามารถนำทีมบรรลุเป้าหมาย พร้อมกับสร้างผู้นำรุ่นใหม่ได้
อ.หนิง บอกว่าคุณจะได้เรียนรู้วิธีเปลี่ยนจากการ “ใช้คำสั่ง”มาเป็นการ “ใช้คำถาม”
เปลี่ยน“การบอก”เป็น “การฟัง” และเปลี่ยน “การตำหนิ”เป็น “การสะท้อน” ทีมงานอยากพัฒนา
เนื้อหาหนังสือเล่มนี้จัดแบ่งเป็น 3 ตอน

Part 1 เปลี่ยนวิธีคิดก่อนเริ่มโค้ช
เริ่มจากให้หัวหน้าเปลี่ยนวิธีคิด ด้วยรากฐานการใช้คำถามแทนคำสั่ง เข้าใจการสร้างแรงจูงใจ และรู้จักการ “ฟังด้วยใจ”

Part 2 เครื่องมือ Coach สำหรับผู้นำ
ได้เครื่องมือสำหรับการโค้ช เช่นการใช้คำถามแบบโค้ช การให้ข้อมูลป้อนกลับ(Feedback) การพูดแบบตัวต่อตัว (1on 1) พร้อมแบบฝึกฝนในการทำงานจริง

Part 3 ปลูกฝังวัฒนธรรมการ code ในองค์กร
เริ่มก่อสร้างรากฐานของวัฒนธรรมการโค้ช การสร้างให้ “เทคนิคการโค้ช”อยู่ในDNAของตัวผู้นำ วางระบบการโค้ชในองค์กร และประเมินผลการโค้ช เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปด้วยกัน
นอกจากนี้ เนื้อหาทั้ง9บทของหนังสือเล่มนี้ท้ายบทยังมีแบบฝึกหัดให้ผู้อ่านลองทำจริงได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะการอ่าน แต่ต้องเกิดจากการลองใช้และเรียนรู้ไปพร้อมกันกับทีมงาน

ระหว่างที่ผมอยู่ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งนี้ ผมสังเกตว่ามีผู้ให้ความสนใจร่วมฟังและถามคำถามจากผู้ฟังระหว่างการเสวนาของอ.หนิงผู้เขียนหนังสือเล่มนี้บนเวที สะท้อนว่าคนให้ความสำคัญกับผลลัพธ์การบริหารทีมงาน และการปรับตัวของหัวหน้าที่ต้องการทำงานให้ดี การสร้างทีมให้เก่ง และที่สำคัญทุกคนอยากให้ทีมสร้างผลงานได้ตามเป้าหมาย

ผมก็เลยนึกถึง อ.เปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป บรรณาธิการบริหาร สำนักพิมพ์เช็ก ผู้จัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ เห็นคำนำท้าทายไว้ว่า

“ ถ้าทีมงานของคุณทำงานได้ โดยไม่ต้องคอยสั่งทุกเรื่อง หรือต้องบอกทุกอย่าง เพราะพวกเขาคิดเอง ทำเอง และผลักดันตัวเองไปข้างหน้า คุณจะมีเวลาอีกมากในการนำไปใช้ผลิตความคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆมาพัฒนาองค์กร “

นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อหัวหน้าเปลี่ยนเป็นโค้ช

"หนังสือเปลี่ยนหัวหน้างานให้เป็นโค้ช" จึงเป็นคู่มือที่ผู้บริหารหรือหัวหน้าควรมีไว้ปรับแนวคิดและวิธีพัฒนาทีมงาน เพราะในเล่มมีประโยคคำถาม ประโยคคำพูดที่หัวหน้าสามารถนำไปใช้ได้ทันที มีโมเดลการโค้ชและเคสตัวอย่างที่ให้เรียนรู้ได้ง่าย รวมทั้งผู้ที่ซื้อหนังสือสามารถดาวน์โหลด e-book ไปไว้ใช้สำหรับการฝึกฝนทักษะการโค้ชด้วย

ดังนั้นการบริหารคนในยุคปัจจุบัน เมื่อ "คำสั่ง" ไม่เวิร์คอีกต่อไป...

ถึงเวลาเปลี่ยนเป็น "การโค้ช" เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

ในยุคที่การทำงานเต็มไปด้วยความกดดัน การสั่งงานแบบเดิมอาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป หลายครั้งที่หัวหน้าต้องแบกความเครียดไว้คนเดียว เพราะลูกน้องไม่กล้าตัดสินใจหรือรอรับคำสั่งเพียงอย่างเดียว

จะดีกว่าไหม? ถ้าเราสามารถเปลี่ยนบรรยากาศในทีม จาก "ความเกร็ง" เป็น "ความร่วมมือ" ด้วยทักษะการโค้ชที่่เป็นมาตรฐานสากล