xs
xsm
sm
md
lg

“คมนาคม” อัปเดตสงกรานต์สะสม 2 วันแรก ยอดใช้ขนส่งสาธารณะกว่า 5.5 ล้านคน โครงข่ายถนนเกิดอุบัติเหตุ 359 ครั้ง ดับแล้ว 50 คน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“คมนาคม” ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะช่วง 10 - 11 เมษายน 2569 (สะสม 2 วัน) กว่า 5.5 ล้านคน ชี้ "ระบบราง" ครองสัดส่วนสูงสุด ศปภ.คค. สรุปสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคม พบทางถนน เกิดอุบัติเหตุ 359 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 313 คน เสียชีวิต 50 คน

กระทรวงคมนาคม โดยศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) เปิดเผยข้อมูลภาพรวมการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 - 11 เมษายน 2569 พบว่า หน่วยงานในสังกัดได้บูรณาการร่วมกันเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยการเดินทางอย่างใกล้ชิด ตามนโยบาย “ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2026” ของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยสามารถบริหารจัดการการเดินทางให้ประชาชนกลับภูมิลำเนาได้อย่างเพียงพอและไม่มีผู้โดยสารตกค้าง

ศปภ.คค. สรุปสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคม ในช่วงวันที่ 10 - 11 เมษายน 2569 (สะสม 2 วัน) พบว่า ทางถนน เกิดอุบัติเหตุ 359 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 313 คน เสียชีวิต 50 คน สาเหตุเกิดจากขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด คิดเป็นร้อยละ 62 ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุด คือ รถปิคอัพบรรทุก 4 ล้อ คิดเป็นร้อยละ 34 บริเวณที่เกิดเหตุสูงสุด คือ ทางตรงไม่มีความลาดชัน คิดเป็นร้อยละ 73 จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ ปราจีนบุรี (4 คน) และจังหวัดที่เกิดเหตุสูงสุด คือ นครราชสีมา (26 ครั้ง) เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (11 - 12 เมษายน 2568) พบว่า จำนวนอุบัติเหตุลดลงร้อยละ 29 ผู้เสียชีวิตลดลงร้อยละ 15 และผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 29 สำหรับการเดินทางในโหมดอื่น ๆ ได้แก่ ทางอากาศ ทางน้ำ และทางราง ไม่พบการเกิดอุบัติเหตุ


@ยอดเดินทางระบบขนส่งสาธารณะรวม สะสม 2 วัน กว่า 5.5 ล้านคน

ด้านระบบขนส่งสาธารณะทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ สามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยมีรายละเอียดดังนี้

- การเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะรวม มีจำนวนทั้งสิ้น 5,559,998 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.74 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
- สัดส่วนการใช้บริการระบบขนส่งทางรางได้รับความนิยมสูงสุดภายในประเทศ คิดเป็นร้อยละ 45
- ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ภาคกลางนิยมใช้การเดินทางทางอากาศ (ขาออก) 106,368 คน ภาคใต้ใช้ทางราง 65,165 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออก นิยมใช้ทางถนนเป็นหลัก
- การจราจรเข้า-ออก กรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีรถ 2,253,817 คัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.33) และบนทางด่วน (กทพ.) 2,844,989 คัน (ลดลงร้อยละ 1.45)

กระทรวงคมนาคมได้ตรวจความพร้อมการให้บริการอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้ใช้บริการ ด้วยการตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะ 31,151 คัน ไม่พบข้อบกพร่อง ตรวจพนักงานขับรถ 31,151 คน และพนักงานรถไฟ 226 คน ไม่พบสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ ตรวจเรือ 1,495 ลำ พบข้อบกพร่องและสั่งแก้ไขทันที 9 ลำ ส่วนพนักงานขับเรือ 2,133 คน ไม่พบสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยในการเดินทางให้กับประชาชน
โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ยกระดับความปลอดภัยการใช้รถโดยสารสาธารณะ จัดเจ้าหน้าที่ตรวจความพร้อมเข้มข้น ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร และจุด Checking Point บนถนนสายหลัก โดยได้ดำเนินการตรวจสภาพรถและตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถ (Alcohol & Drug Test) แล้ว 17,103 คัน พบรถบกพร่อง 10 คัน ดำเนินการออกคำสั่งผู้ตรวจการแล้วทุกคัน ส่วนการตรวจความพร้อมพนักงานขับรถ 17,103 ราย ไม่พบพนักงานขับรถบกพร่อง
ในส่วนผลการดำเนินการติดตามตรวจสอบการเดินรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุก ด้วยระบบ GPS Tracking ผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS 49,287 คัน พบการใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด 144 คัน ผลตรวจสอบการใช้ความเร็วรถโดยสารและรถบรรทุก ด้วยกล้องเลเซอร์ บนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ 2,400 คัน พบการใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด 12 คัน

กระทรวงคมนาคมพร้อมดำเนินการตามนโยบายด้านการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอภัยอย่างเข้มข้น และขอยืนยันความพร้อมในการดูแลพี่น้องประชาชนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างสะดวก ปลอดภัย และไร้รอยต่อตามเป้าหมายสูงสุดที่วางไว้