xs
xsm
sm
md
lg

ครม.อัดฉีดกว่า 2 พันล้านบาท ชดเชยค่าน้ำมัน”ผู้ประกอบการรถสาธารณะ-รถบรรทุก”รวมกว่า 4.6 แสนคัน ขบ.เปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์ 16-19 เม.ย.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“คมนาคม” ขานรับมติครม. อัดฉีด 2,060 ล้านบาท ช่วยค่าน้ำมันผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ -แท็กซี่- วินจักรยานยนต์ -สองแถว กว่า 1.8 แสนคัน และกลุ่มรถบรรทุกขนส่ง กว่า 2.8 แสนคัน เพื่อคง“ค่าโดยสารและสินค้า”ตรึงค่าครองชีพ ขบ.เปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์ 16-19 เม.ย. นี้ เริ่มมาตรการ 20 เม.ย.สิ้นสุด 31 พ.ค.69

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (11 เม.ย. 69) และเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกขนส่งสินค้า วงเงินรวม 2,060 ล้านบาท ครอบคลุมช่วงวันที่ 20 เม.ย. 69- 31 พ.ค.69 เป็นระยะเวลา 42 วัน นั้น กรมการขนส่งทางบกได้รับมอบหมายจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยย้ำว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการช่วยเหลือผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ผลประโยชน์สูงสุดจะตกอยู่กับพี่น้องประชาชนโดยตรง เพื่อคงอัตราค่าโดยสารตามเดิม ได้แก่


1.พยุงค่าโดยสารสาธารณะในชีวิตประจำวัน จากการที่รัฐบาลได้เข้าไปช่วยเหลือให้กับกลุ่มรถโดยสารสาธารณะในระบบกว่า 180,000 คัน วงเงินช่วยเหลือ 706 ล้านบาท โดยรถตู้ รถมินิบัส ข้ามจังหวัด ช่วยค่าน้ำมัน 10บาท/ลิตร ,รถบัสไม่ประจำทางรถเช่าเหมา รับส่งพนักงาน รับเงินช่วยเหลือ 7,000 บาท/คัน ,รถตู้ มินิบัส สองแถวในกทม. รับเงินช่วยเหลือ 5,040 บาท/คัน ,รถแท็กซี่ รับเงินช่วยเหลือ 5,040 บาท/คัน และรถจักรยานยนต์รับจ้าง รับเงินช่วยเหลือ 840 บาท/คัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องและสามารถให้บริการประชาชนได้ตามปกติ โดยที่ประชาชนไม่ต้องแบกรับภาระค่าโดยสารที่อาจปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกราคาพลังงาน


2. ตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้พุ่งสูง โดยรัฐบาลได้อุดหนุนงบประมาณ 1,353 ล้านบาท ให้กับกลุ่มรถบรรทุกกว่า 287,175 คัน โดยรถบรรทุกไม่ประจำทาง ติด GPS ได้รับเงินสูงสุด 6,000 บาท/คัน ส่วนโดยรถบรรทุกไม่ประจำทาง ที่ไม่ติด GPS ได้รับเงินสูงสุด 3,000 บาท/คัน ซึ่งในห่วงโซ่ของระบบสินค้าอุปโภคบริโภคดังกล่าว ต้นทุนด้านค่าขนส่งถือเป็นหัวใจสำคัญของราคาสินค้า การที่รัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือในส่วนนี้ จะช่วยบรรเทาลผลกระทบในวงจรนี้ไม่ให้ผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกส่งภาระต้นทุนค่าขนส่งไปบวกเพิ่มในราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ช่วยรักษาระดับค่าครองชีพของประชาชนในภาพรวม

@ดึงเงิน กปถ.ชดเชยตรึงค่าโดยสาร ช่วงสงกรานต์ กว่า 200 ล้านบาท

3. การันตีมีรถกลับบ้านช่วงสงกรานต์ค่าโดยสาร บขส.-รถร่วมฯ ราคาเดิม จากการที่กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เพื่อดำเนินโครงการขอรับจัดสรรเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) อีกกว่า 200 ล้านบาท เข้าไปส่งเสริมให้ประชาชนหันมาเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางสาธารณะมากขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางทั้งก่อนและหลังในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 6 - 19 เมษายน 2569 เพื่อเป็นหลักประกันว่า ในช่วงเทศกาลนี้ ผู้ประกอบการจะมีกำลังในการนำรถออกมาให้บริการอย่างเพียงพอ-ต่อเนื่อง ไม่เกิดปัญหารถขาดระยะ และประชาชนจะได้ซื้อตั๋วในราคาเดิม ไม่มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา


@เงื่อนไขช่วยเหลือ ลงทะเบียนรับสิทธิ์ 16 - 19 เม.ย. 2569

สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งและผู้ขับรถที่เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือ กรมการขนส่งทางบกจะเปิดให้ ลงทะเบียนรับสิทธิ์ระหว่างวันที่ 16 - 19 เมษายน 2569 โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านระบบ PromptPay เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งในการเดินรถตลอดระยะเวลา 42 วัน (20 เม.ย. - 31 พ.ค. 69) โดยทางกรมการขนส่งทางบกจะออกประกาศ หลักเกณฑ์ รวมไปถึงเงื่อนไขให้ผู้มีสิทธิ์ได้รับการช่วยเหลือครั้งนี้ได้ตรวจสอบและลงทะเบียนต่อไป ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมดเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ในการดูแลรักษาสมดุลทั้งระบบเศรษฐกิจ สภาพคล่องของผู้ประกอบการ และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ก้าวผ่านวิกฤตพลังงานครั้งนี้ไปด้วยกัน