xs
xsm
sm
md
lg

HSBCเผยผลสำรวจผู้บริหาร-ปรับตัวรับความผันผวน-มองเอเชีย- AIเป็นโอกาส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ธนาคารเอสเอชบีซีเปิดผลสำรวจฉบับใหม่ซึ่งจัดทำขึ้นก่อนงานสัมนา “เอชเอสบีซี โกลบอล อินเวสเมนท์ ซัมมิท (HSBC Global Investment Summit) ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ฮ่องกง โดยผลสำรวจดังกล่าวได้มาจากการสำรวจผู้บริหารธุรกิจและนักลงทุนสถาบันระดับนานาชาติจำนวน 3,000 ราย ใน 10 ประเทศทั่วโลก ในช่วงกลางเดือนมีนาคมท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผลการสำรวจสะท้อนให้เห็นว่า แม้จะเผชิญกับความผันผวนมาตลอดทศวรรษ บริษัทต่าง ๆ ยังคงปรับตัวและเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้  94% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังคงมองเห็นโอกาสที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ 87% ระบุว่ามีความพร้อมในการรับความเสี่ยงที่ได้คาดการณ์ไว้แล้วมากขึ้นเมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อน และเกือบ 3 ใน 4 (72%) คาดว่าจะมีการปรับโครงสร้างธุรกิจในระดับปานกลางถึงมากในช่วง 3 ปีข้างหน้า ขณะที่องค์กรต่าง ๆ ทบทวนทิศทางการดำเนินงานและกลยุทธ์การลงทุน

**AI และเทคโนโลยีขับเคลื่อนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์**
โดย AI และเทคโนโลยีได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการขยายธุรกิจข้ามพรมแดนและกลยุทธ์การจัดสรรเงินทุนโดยเทคโนโลยีได้กลายเป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจลงทุนระดับโลกสำหรับทั้งผู้นำธุรกิจและนักลงทุนสถาบัน ทั้งนี้ การเข้าถึง AI เทคโนโลยีขั้นสูง และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง จะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อกลยุทธ์ระหว่างประเทศในช่วงสามปีข้างหน้า (50%) ใกล้เคียงกับการเติบโตของตลาดและความต้องการของลูกค้า (49%)

นอกจากนี้ การมีโครงสร้างพื้นฐาน AI และข้อมูลที่แข็งแกร่ง ประกอบกับต้นทุนพลังงานที่น่าดึงดูด ยังจัดเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดในการพิจารณาเพิ่มการลงทุนในแต่ละตลาด (51%) รองจากแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งและความต้องการของลูกค้า (52%)

และจากผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า 49% ของนักลงทุนสถาบันระบุว่าการเพิ่มการลงทุนด้าน AI และเทคโนโลยีคือกลยุทธ์หลักในการจัดพอร์ตการลงทุนในปี 2569 เพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยถือเป็นประเด็นสำคัญของการปรับโครงสร้างพอร์ต ขณะที่มีเพียง 14% เท่านั้นที่คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในแนวทางโดยรวม

**ความผันผวน - ธุรกิจต่างๆ กำลังปรับกลยุทธ์ใหม่**
ผู้ตอบแบบสำรวจถึง 95% มองว่าความผันผวนไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงการหยุดชะงักชั่วคราวอีกต่อไป แต่กลายเป็นลักษณะถาวรของเศรษฐกิจโลก โดย 88% ระบุว่าได้ปรับกลยุทธ์การจัดสรรเงินทุนเพื่อรองรับความผันผวนที่เพิ่มสูงขึ้น

บริษัทต่าง ๆ ยังได้ขยายกรอบระยะเวลาการลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยมากกว่าครึ่ง (53%) ระบุว่าระยะเวลาการลงทุนยาวนานขึ้นเมื่อเทียบกับสามปีก่อน สะท้อนถึงการปรับทิศทางสู่การลงทุนระยะยาวมากขึ้นแม้ยังมีความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มดังกล่าวพบได้ในหลายตลาดหลัก ได้แก่ สหราชอาณาจักร (69%) สหรัฐอเมริกา (68%) และจีนแผ่นดินใหญ่ (78%) โดยผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าบริษัทของตนถือมีสภาพคล่องมากขึ้นเมื่อเทียบกับสามปีก่อน

**มุ่งสู่ระดับภูมิภาคมากขึ้น – จีนแผ่นดินใหญ่เป็นศูนย์กลางสำคัญ**
ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าโลกาภิวัตน์กำลังเปลี่ยนโครงสร้างสู่ความเป็นภูมิภาคมากขึ้น โดย 93% ของบริษัทวางแผนขยายการค้าข้ามพรมแดนหรือเพิ่มการลงทุนในช่วงห้าปีข้างหน้า และ 91% คาดว่ากระแสเหล่านี้จะเข้มข้นขึ้นในเครือข่ายระดับภูมิภาค โดยระบุว่าจีนแผ่นดินใหญ่เป็นตลาดที่คาดว่าจะมีความสำคัญต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของตนมากที่สุดในช่วงห้าปีข้างหน้า โดย 41% ของผู้มีอำนาจตัดสินใจเลือกจีนแผ่นดินใหญ่ มากกว่าภูมิภาคอื่นทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเอเชียภายใต้การปรับโครงสร้างของการค้าโลก

และแม้จะเผชิญกับความไม่แน่นอนของตลาด ภาคธุรกิจและนักลงทุนยังคงมองหาโอกาสการเติบโต โดย 89% ระบุว่ากำลังเพิ่มการลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง สะท้อนความเชื่อมั่นต่อผลตอบแทนในระยะยาวแม้เผชิญกับความผันผวน

นายไมเคิล โรเบิร์ตส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเอชเอสบีซี และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจองค์กรและสถาบัน กล่าวว่า ผลสำรวจ Global Investment Summit ของ HSBC สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในเศรษฐกิจโลก ซึ่งกระแสการค้าและการลงทุนกำลังเปลี่ยนทิศทางสู่ระดับภูมิภาคมากยิ่งขึ้น โดยเอเชียมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์เพิ่มขึ้น และเทคโนโลยีกำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบและทิศทางการจัดสรรเงินทุน

"ผู้นำธุรกิจและนักลงทุนสถาบันกำลังปรับกลยุทธ์ใหม่ทั้งในด้านพื้นที่ดำเนินธุรกิจ การลงทุน และการจัดสรรเงินทุน ท่ามกลางความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของโลก"นายไมเคิลกล่าว